playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

น่าน/ หลายหน่วยงานร่วมมือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่านจัดงาน ‘ตามรอยพ่อ’ มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์วิถีน่าน  จากภูผาสู่สากลครั้งที่ 2  แสดงผลผลิตของเครือข่ายฯ  จาก 27 กลุ่ม 19 ตำบล  10 อำเภอในจังหวัดน่าน  เผยปีที่ผ่านมาขายผลผลิตรวมกันได้เกือบ 3 ล้านบาท  โดยเฉพาะฟักทองอินทรีย์ขายเข้าห้างโมเดิร์นเทรดได้เงินกว่า 1 ล้านบาท  และมีแผนทำ ‘ฟักทองผงชงพร้อมดื่ม’ จำหน่าย ขณะที่ปีหน้าห้าง Tops ตั้งเป้าซื้อส้มสีทองน่าน  3 แสนกิโลฯ คิดเป็นเงิน 12 ล้านบาท 

 

IMG_3100.JPG

ระหว่างวันที่ 22-24 ธันวาคมนี้  เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดน่าน  ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดงาน ‘เดินตามรอยพ่อ’ มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์วิถีน่าน  จากภูผาสู่สากล  ครั้งที่ 2  ณ  ข่วงน้อย  อ.เมือง  จ.น่าน  เพื่อนำผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงและจำหน่าย  ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ  สินค้าเกษตรอินทรีย์  เช่น  ข้าวอินทรีย์  ผักต่างๆ  ฟักทอง  ส้มสีทองน่าน  สับปะรด  กาแฟ  ฯลฯ  การประกวดฟักทองอินทรีย์  มีผู้เข้าร่วมงานจากเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดน่าน ซึ่งมีสมาชิก  27 กลุ่ม  19 ตำบล  10 อำเภอในจังหวัดน่าน   บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จ.น่าน  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน  รวมทั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  โดยมีนายวิบูรณ์  แววบัณฑิต  รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  เป็นประธานเปิดงาน

IMG_3110.JPG

นายวิบูรณ์  แววบัณฑิต  รองผู้ว่าราชการ  จ.น่าน  กล่าวว่า  จังหวัดน่านได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง  โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ฯ กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่สากล  นำไปสู่การพัฒนาหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์  และศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน  เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์  เพิ่มมูลค่า  และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร

“ที่ผ่านมาจังหวัดน่านได้ประกาศวาระ ‘เมืองเข้มแข็ง  แหล่งอาหารปลอดภัย  สุขใจที่ผ่าน’ เพื่อส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย  โดยลด  ละ  เลิก  สารเคมีในการผลิต  เพื่อนำไปสู่การตอบโจทย์ของจังหวัดทั้ง 4 ด้าน  คือ 1.มิติสิ่งแวดล้อม  เพื่อลดการบุกรุกทำลายป่าไม้  โดยทำเกษตรอินทรีย์เพื่อรักษาระบบนิเวศน์  2.มิติด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมี  3.มิติด้านเศรษฐกิจ  ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น  ลดต้นทุนการผลิต  และ 4.มิติด้านสังคม  ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง  มีส่วนร่วมคิด  ร่วมทำ  นำความสุขสู่ครอบครัวและชุมชน”  นายวิบูรณ์กล่าว

นางฑิฆัมพร  กองสอน  ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน  กล่าวว่า  เครือข่ายฯ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรที่แต่เดิมส่วนใหญ่จะปลูกข้าวโพดเพื่อจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์  ซึ่งต้องใช้สารเคมีในการเพาะปลูก  และต้องบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพด  ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม  ดิน  น้ำ  ป่าไม้  ถูกทำลาย  เกษตรกรก็ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมี  สุขภาพอ่อนแอ  ต้นทุนการผลิตสูง 

ต่อมาในปี 2556 ได้ร่วมกับมูลนิธิสัมมาชีพ  เพื่อลดเลิกการใช้สารเคมี  โดยการทำเกษตรอินทรีย์  เปลี่ยนจากการปลูกข้าวโพดมาปลูกฟักทอง  พืชผักสวนครัว  ฯลฯ  และขยายสมาชิกเครือข่ายออกไปเรื่อยๆ  ในเดือนธันวาคม  2559  จึงจัดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์วิถีน่านครั้งที่ 1  ขึ้นมา  เพื่อจัดแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าของเครือข่ายฯ  และนำผู้ผลิตมาพบกับผู้บริโภค  โดยมีบริษัท  ร้านค้าส่งขนาดใหญ่  ร่วมสนับสนุน  โดยนำสินค้าของเครือข่ายไปจำหน่าย เช่น ท็อปซูเปอร์มาเก็ต  แม็คโคร  บิ๊กซี  ฯลฯ   รวมทั้งร้านอาหาร  โรงแรม  โรงพยาบาลในจังหวัดน่านก็นำสินค้าเกษตรอินทรีย์ไปจำหน่ายด้วย

ประธานเครือข่ายฯ  กล่าวต่อไปว่า  ปัจจุบันเครือข่ายมีสมาชิกในจังหวัดน่าน 27 กลุ่ม  ในพื้นที่ 19 ตำบล  10 อำเภอ  รวมสมาชิกทั้งหมดกว่า 1,000  ราย  มีภาคธุรกิจเอกชนและหน่วยงานรัฐประมาณ 30 องค์กรให้การสนับสนุน  ทั้งในด้านความรู้  ช่องทางการตลาด  ตลอดจนการรับซื้อ  มีผลผลิตที่สำคัญ  เช่น  ฟักทองอินทรีย์  ส้มสีทองทุ่งช้าง (เป็นสินค้า GI คือได้รับการรับรองว่าเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  บ่งบอกถึงคุณภาพ  เอกลักษณ์  และที่มาของสินค้านั้น)  พริกแดง  ถั่วแดงอาซูกิ (บริษัทขนมปังฟาร์มเฮ้าส์รับซื้อ)  ผักสลัด  เผือก  เงาะ   ฯลฯ 

โดยในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา  เครือข่ายฯ สามารถขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ได้ประมาณ  2.6 ล้านบาทเศษ  เช่น ห้างสรรพสินค้า Tops  ซื้อฟักทองอินทรีย์จากเครือข่ายประมาณ 53,000 กิโลกรัม  มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท  และในปี 2561 จะซื้อส้มสีทองประมาณ  300,000 กิโลกรัม (ราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 40 บาท) รวมเป็นมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาทเศษ

“ในปีต่อไป  เครือข่ายฯ จะขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ออกไป  แต่จะไม่เร่งมากนัก  เพื่อจะได้ควบคุมคุณภาพและปริมาณได้ และจะเพิ่มผลผลิต  เช่น  พริกอินทรีย์  พริกป่น  กล้วยอินทรีย์  และไผ่   รวมทั้งจะมีการแปรรูปสินค้าด้วย  เช่น  แปรรูปฟักทองเป็นฟักทองผงชงพร้อมดื่ม”  ประธานเครือข่ายฯ กล่าว  และย้ำว่า  การทำเกษตรอินทรีย์นอกจากจะช่วยเกษตรกรในเรื่องอาชีพ  รายได้  และสุขภาพแล้ว  ยังมีเป้าหมายสูงสุด  คือการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อมของชุมชนท้องถิ่นให้กลับคืนมาด้วย

นายสุพัฒน์  จันทนา  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สำนักงานภาคเหนือ  กล่าวว่า  นอกจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์จังหวัดน่านแล้ว  ก่อนหน้านี้ในปี 2553-2559  สถาบันฯ ได้สนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน  โดยสนับสนุนให้ชุมชนใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา  เช่น   สำรวจข้อมูลปัญหาพื้นที่ทำกิน  จับพิกัด GPS  ชุมชนเพื่อทำแนวเขตที่ทำกิน  ที่อยู่อาศัย พื้นที่ป่าชุมชน และพื้นที่ป่าอนุรักษ์  รวมถึงการนำกฎระเบียบด้านการจัดการ ดิน  น้ำป่าของแต่ละหมู่บ้าน  นำมาสู่การจัดทำข้อบัญญัติตำบลว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น  เช่น  ที่ตำบลนาไร่หลวง  อ.สองแคว  ต.ฝายแก้ว  อ.ภูเพียง  ฯลฯ  รวมทั้งหมด 23 ตำบล  และจากการแก้ไขปัญหาที่ดินได้ขยายมาสู่การทำเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน

“ส่วนในปี 2561  สถาบันฯ มีแผนงานในการส่งเสริมพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจฐานรากและทุนชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน  500 ตำบล  รวมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในรูปแบบเครือข่ายหรือ Cluster เพื่อให้เกิดการรวมพลังและช่วยเหลือกัน  ทั้งในด้านความรู้  นวัตกรรมใหม่ๆ  ช่องทางการการตลาด  การจำหน่ายสินค้า  เช่นเดียวการขับการขับเคลื่อนของเครือข่ายของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน  ที่มีหลายภาคส่วนร่วมสนับสนุนทำให้เครือข่ายเกิดพลังและขยายแนวคิดเกษตรอินทรีย์ให้เต็มพื้นที่ต่อไป”  นายสุพัฒน์กล่าว

IMG_3081.JPG

สำหรับบรรยากาศภายในงาน ‘ตามรอยพ่อ’ มหกรรมเกษตรอินทรีย์  วิถีน่านฯ ครั้งที่ 2 นี้  มีประชาชนทั้งจากในจังหวัดน่าน  รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป  เข้ามาเดินเที่ยวชมและซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างเนืองแน่นตลอดวัน  สินค้าเกษตรที่ขายดี  เช่น  ฟักทองอินทรีย์ที่มีรสชาติหวานมัน  เนื้อแน่น  ราคากิโลกรัมละ 10-15 บาท  ส้มสีทองน่าน  เป็นส้มเขียวหวานที่มีผิวสีเหลืองทอง  รสชาติหวาน  อร่อย  ราคากิโลกรัมละ 30-50 บาท  รวมทั้งการจำหน่ายสลัดผักสด ฯลฯ 

IMG_3087.JPG

IMG_3097.JPG

IMG_3098.JPG

IMG_3084.JPG

IMG_3114.JPG

 

 

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter