playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

muangfiay

“…โครงการนี้ได้ให้โอกาสคนในพื้นที่เติมเต็มคำว่า “บ้าน” ให้กับพี่น้อง และสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะคำว่าบ้านเป็นปัจจัย 4 ของคนเราอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่จำเป็นของทุกคน... เสียงแรกผ่านไป ต่อด้วยเสียงที่สองตามมาอย่างใกล้ชิดกัน “…ที่ผ่านมาคณะกรรมการหมู่บ้านงานเยอะทุกคน ทุกหมู่บ้านอยู่แล้ว แต่ที่มาทำงานนี้คือ ได้เห็นคณะกรรมการคนอื่นทำงานอย่างใจสู้ ใจเราก็เลยสู้ไปด้วย อย่างน้อยก็ได้ช่วยให้ชาวบ้านสามารถอยู่ได้และมีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น…” เป็นเสียงที่ดังก้องกังวาลทั่วพื้นที่ห้องประชุมในวันที่ 17 เดือนกรฏาคม บนผืนดินแห่งประวัติศาสตร์สมัยทวารวดี พร้อมกับสายพระพิรุณที่สาดซัดกระหนั่มตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ขาดหาย แต่ยังไม่สามารถเอาชนะเสียงของความสามัคคี จนทำให้คนเมืองฝ้ายชื่นชีวีที่ได้ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของเขา  

วันนี้เป็นวันที่ทางทีมวิชาการลงพื้นที่ถอดบทเรียนความรู้การดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเมืองฝ้าย อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ เราได้นัดเจอกับแกนนำคณะทำงานตำบล และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการช่วยเหลือซ่อมสร้างบ้านจำนวนประมาณ 15ท่าน ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝ้าย โดยประสานงานผ่านท่านผู้ใหญ่บ้านบุญเลิศ ผู้ใหญ่บ้านสาวสวยที่มีพร้อมทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นในการทำงาน ก้าวแรกที่เราไปถึงสิ่งที่เห็นเด่นชัดคือความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ยุคประวัติศาสตร์ที่มีมนต์ขลัง ร่องรอยการสร้างบ้านแปรงเมืองที่เกิดขึ้นในยุคนั้น ได้สะท้อนภาพที่อยู่อาศัยภายใต้บริบทของวัฒนธรรมที่สวยงาม แต่ทว่าปัญหาด้านที่อยู่อาศัยนั้นยังมีปรากฏให้เห็นอยู่ในพื้นที่ตำบลเมืองฝ้ายแห่งนี้ ดังนั้นแล้วจึงจำเป็นต้องจัดการและช่วยเหลือผู้ที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้คนในตำบลมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ต้องมีความกังวลทุกข์ร้อนใจด้านที่อยู่อาศัยของตนเอง

จุดเริ่มต้นการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเมืองฝ้าย โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลเมืองฝ้ายที่ประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทั้งชายและหญิงเข้ามาเป็นคณะกรรมการทำงาน จากนั้นทีมคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลได้เข้าไปประชุมรับแนวคิด นโยบาย จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช.ระดับจังหวัด ในปี พ.ศ. 2559 แล้วได้นำมาเข้าที่ประชุมในพื้นที่ตำบลของสภาผู้นำ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นการประชุมในแต่ละเดือนอยู่แล้วทุกหมู่บ้านแจ้งเพื่อให้รับทราบ และได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีปัญหา ทำให้ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลเมืองฝ้าย มีทั้งหมด 12 หมู่บ้าน มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในตำบลเมืองฝ้าย ประกอบด้วย ปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน ปัญหาไม่มีที่อยู่อาศัย ปัญหาบ้านเรือนไม่มีความมั่นคง ปัญหาสมาชิกในครัวเรือนมีจำนวนมาก และปัญหาครัวเรือนมีสมาชิกพึ่งพิง ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นของทีมคณะทำงานได้ข้อมูลประมาณผู้เดือดร้อน 100 หลังคาเรือนที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ เพราะก่อนหน้านี้ทำการสำรวจไป 78 หลังคาเรือน

ในการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนครัวเรือน โดยการทำงานร่วมกันของท้องที่ (กำนัน สาวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อสม.) เป็นแกนนำหลักในการเดินลงสำรวจ และมาประชุมจัดทำฐานข้อมูลความเดือดร้อน สำหรับการพิจารณาหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของเมืองฝ้ายนั้น คุณวุฒิพงษ์ เหลืองอุดมชัย แกนนำขบวนจังหวัดบุรีรัมย์ ได้พูดอย่างน่าสนใจมากว่า เราให้อิสระเต็มที่กับพื้นที่ในการคัดเลือกครัวเรือนผู้เดือดร้อน เนื่องจากท้องที่เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพี่น้องผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยมากที่สุด โดยทางเมืองฝ้ายได้มี “หลักเกณฑ์การพิจารณาการคัดเลือกผู้รับประโยชน์ ประกอบด้วย เป็นสมาชิกในกองทุนสวัสดิการชุมชน (แต่ถ้าไม่เป็นสมาชิกก็จะเปิดโอกาสให้เข้ามาสมัครแล้วรับผลประโยชน์) มีส่วนร่วมในชุมชน สภาพบ้านเรือนที่เดือดร้อน เป็นครัวเรือนยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน มีที่เป็นของตนเองเพื่อสร้างบ้าน และเป็นผู้พิการอยู่ในภาวะพึ่งพิงในครัวเรือน” หลังจากนั้นทีมงานท้องที่ได้ประชุมสอบถามข้อมูลความเดือดร้อนและความต้องการของผู้รับประโยชน์ว่าต้องการให้ช่วยเหลือส่วนไหนก่อนที่คิดว่าจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยร่วมกันประเมินราคาวัสดุ โดยร่วมกันกับช่าง อบต.ในพื้นที่ รวมถึงการสำรวจข้อมูลร้านค้าในการขายวัสดุ

ในการซ่อมแซมบ้านในตำบลเมืองฝ้ายได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. ในจำนวนเงินหลังละ 19,000 บาท ในการเป็นงบประมาณตั้งต้นช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน แต่การที่จะซ่อมแซมและสร้างบ้านได้นั้นจำเป็นต้องมีภาคีเข้ามาสนับสนุนเพิ่มขึ้นด้วย โดยเริ่มตั้งแต่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองฝ้าย เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนงบประมาณการบริหารจัดการ และการประสานงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นจำนวนเงิน10,000 บาท ซึ่งการบริหารงานและการจัดการที่ผ่านมาไม่มีการจัดสรรด้านงบประมาณให้ เหล่ากาชาดอำเภอหนองหงส์ และที่สำคัญอย่างขาดไม่ได้คือคนในท้องที่ชาวบ้านที่อยู่ภายในชุมชน ญาติพี่น้องในชุมชน เข้ามาช่วยเหลือในการสมทบทุนค่าอาหาร และเข้ามาช่วยเป็นแรงงานในการสร้างบ้านด้วย บางคนที่เข้ามาช่วยในการบริจาคประตูและหน้าต่างให้ผู้ที่เดือดร้อน และผู้รับผลประโยชน์ ช่วยในการสมทบค่าอาหารตามที่ตนเองพอจะมีอยู่บ้างให้ผู้มาช่วยงาน เพื่อเป็นสินน้ำใจให้แก่ผู้มาช่วยสร้างบ้านของตนเองเอง สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อสม.) ที่เป็นแกนนำหลักในการเคลื่อนงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จนสำเร็จเกิดขึ้นมาเป็นบ้าน

muangfiay1.jpg

เมื่อเราได้ลงพื้นเยี่ยมยามถามข่าวครัวเรือนผู้เดือดร้อนพร้อมกับทีมคณะทำงานตำบลเมืองฝ้าย เดินเรียบริมคูน้ำได้บรรยากาศของเมืองโบราณสมัยทวารดี และเห็นบรรยากาศความเจริญรุ่งเรืองในครั้งอดีต แต่ช่วงเวลานี้ได้กลายเป็นเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่ผสมผสานกลุ่มคนเข้ามาอยู่ด้วยกันภายในตำบล แต่สามารถอยู่ด้วยกันและช่วยเหลือกันให้ชื่นชีวีอย่างลงตัว เมื่อเราเดินไปถึงบ้านผู้เดือดร้อนที่ได้รับการช่วยเหลือเราได้เห็นสีหน้ายิ้มแย้ม ความดีใจของครัวเรือน

โดยหลังแรกคือบ้านของ จันทร์ ชุมคิว (ผู้รับประโยชน์ ม.12) เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนลักษณะบ้านอยู่ต่ำกว่าพื้นที่ปกติ มีปัญหาเรื่องฝาผนังบ้านเป็นไม่ผุพัง ประตูเป็นไม่เก่า หลังคามุงด้วยสังกะสีเก่า สมัยก่อนอยู่ก็ไม่สบาย นอนไม่หลับในช่วงหน้าหนาวเนื่องจากหนาวมาก และโครงการได้ช่วยสร้างฝาผนังบ้านใหม่ให้ เป็นไม่ฝาเชอร่า นอกจากนั้นยังทำประตูบ้านให้ใหม่มีความปลอดภัยมากขึ้น “ตอนนี้สร้างบ้านเสร็จและขึ้นบ้านใหม่แล้วนอนหลับสบายมาก” เราพูดคุยกันอยู่พักใหญ่เห็นภาพสะท้อนความชื่นชีวีของผู้รับประโยชน์ นอกจากนั้นทางผู้นำท้องที่ก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มไปด้วย

เราจึงขอตัวเดินทางไปยังอีกครัวเรือนบ้านของ แปลง ทิพย์กระโทก (ผู้รับประโยชน์ ม.1) และได้เล่าให้เราฟังถึงก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือว่า แต่ก่อนบ้านมีลักษณะเป็นบ้านไม้ยกสูง ยายต้องเลี้ยงหลานด้วย 1 คน ปัญหาที่พบคือบ้านทรุดโทรมมากบ้านเป็นกระท่อมเล็ก ๆ  เสาบ้านจะขาดอยู่แล้ว รวมถึงหลังคาบ้านก็รั่ว พอมาถึงตอนนี้โครงการเข้ามาช่วยเหลือโดยการรื้อบ้านหลังเก่าและยกบ้านขึ้น ตั้งเสาให้ ทำโครงหลังคาใหม่ นอกจากนั้นยังมีญาติเข้ามาช่วยสมทบทุนในการสร้างบ้านด้วย “ตอนนี้มีบ้านหลังใหญ่กว่าแต่ก่อนมากเพราะเมื่อก่อนเป็นกระท่อม และก็จะมีแผนต่อเติมบ้านไปเรื่อย ๆ”  

และได้เดินเยี่ยมหลังสุดท้ายที่เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมยามคือ อานแผ้ว ผลราย (ผู้รับประโยชน์ ม.2) เล่าว่า บ้านหลังนี้อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 13 คน ลักษณะบ้านเป็นเสา 9 ต้น ปัญหาที่พบคือหลังคาบ้านรั่วเวลาที่ฝนตก และพื้นบ้านเวลาฝนตกแล้วเป็นตม คนที่อยู่ในบ้านก็ย้ายเข้า-ออกบ้านไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ โครงการเข้ามาช่วยเหลือสร้างโครงหลังคาใหม่ให้ รวมถึงเปลี่ยนเป็นหลังคาสักกะสีใหม่ ส่วนพื้นบ้านก็เทเสร็จเรียบร้อยแล้ว

muangfiay2.jpg

นอกจากนั้นในระหว่างที่เราสนทนากลุ่มย่อยอยู่ที่ห้องประชุมองค์กรบริหารส่วนตำบลเมืองฝ้ายนั้น ยังมีครัวเรือนผู้ได้รับการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย ส่งผ่านความรู้สึกหลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือมาถึงคณะทำงานท้องที่ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. ของคุณลบ เนียนไธสง บอกว่าลักษณะบ้านเป็นบ้านยกสูงขึ้นเป็นชั้นครึ่ง มีปัญหาเรื่องหลังคาบ้านรั่วในช่วงที่ฝนตก ต้องหาถังน้ำมารองฝน เลยนอนก็ไม่ได้เพราะเปียกฝน ตอนที่ พอช. และทีมงานมาช่วยเหลือก็ดีใจมาก โครงการช่วยเหลือเปลี่ยนหลังคาใหม่ให้ และเปลี่ยนโครงหลังคาใหม่ให้ด้วย เวลาฝนตกก็ไม่เปียกฝนเหมือนเดิม ตอนนี้ถือได้ว่ากินอิ่มนอนอุ่นมากแล้ว ซึ่งเป็นเสียงที่เราเป็นทีมวิชาการได้ยินแล้วก็ต้องชื่นชมและยินดีในการทำงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจนประสบผลสำเร็จ

          ชัดเจนว่าผลสำเร็จของการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทในปี พ.ศ. 2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมสร้างบ้านพอเพียงชนบท 26 หลังคา แบ่งออกเป็นหมู่บ้านละ 2 หลังคา แต่ทว่าทางตำบลเมืองฝ้ายได้จัดการเพิ่มขึ้นมา 1 หลังคาเรือน โดยเพิ่มขึ้นมาในหมู่ที่ 7 สาเหตุที่เลือกจัดสรรให้หมู่ที่ 7 เนื่องจากมีข้อมูลผู้ประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยมากที่สุดกว่าหมู่บ้านอื่น ตอนนี้ได้สร้างไปแล้วร้อยละ 70 เหลือทั้งหมด 6 หลังคาเรือนที่กำลังดำเนินการซ่อมแซมและสร้างบ้าน และสิ่งที่จะสามารถดำเนินการได้ในอนาคตคือองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝ้ายร่วมสร้าง MOU กับเครือข่ายการทำงานโครงการบ้านพอเพียงที่จัดขึ้นที่จังหวัด ระหว่างนายกองค์กรบริหารส่วนตำบล ประธานสภาองค์กรชุมชน คณะกรรมการ และ พอช.

muangfiay3.jpg

อย่างที่เราได้เกริ่นนำมาแล้วในเบื้องต้นว่าการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทจะสำเร็จไม่ได้ถ้าขาดการทำงานในพื้นที่โดยท้องที่เอง ซึ่งสะท้อนผ่านความรู้สึกของคณะทำงานในท้องที่ บุญเลิศ อุปภักดี เล่าว่า “ที่ผ่านมาคณะกรรมการหมู่บ้านงานเยอะทุกคน ทุกหมู่บ้านบ้านอยู่แล้ว แต่ที่มาทำงานนี้คือ ได้เห็นคณะกรรมการคนอื่นทำงานอย่างใจสู้ ใจเราก็เลยสู้ไปด้วย อย่างน้อยก็ได้ช่วยให้ชาวบ้านสามารถอยู่ได้และมีที่อยู่”  และ....“เมื่อถามว่าเข้ามาทำงานนี้มีภาระเพิ่มขึ้นบ้างไหม ตอบได้ได้เลยว่ามีภาระเพิ่มมากขึ้นแต่ก็คุ้มค่าที่จะลงมือทำ ถึงเราจะทำงานเหนื่อย แต่ได้ช่วยพี่น้องในหมู่บ้าน ในตำบลเดียวกันแล้วก็รู้สึกคุ้มค่าที่ได้เข้ามาทำงาน” และ... “เวลาเราทำงานเราไปด้วยกัน ร่วมมือกันทำงานทุกฝ่าย ทำให้เราทำงานไปด้วยกันได้ ช่วยกันทำงานทั้งทีม ทำงานเป็นขบวน เป็นชุมชน และเป็นหมู่คณะ”

          สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานประสบความสำเร็จ ซึ่งทางเราได้ให้ทุกคนในวันนั้นร่วมกันเสนอภาพคะแนนการทำงานให้ออกมาเป็นตัวเลขสักหน่อยเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจการทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทเพื่อพี่น้องต่อไป ผู้รับประโยชน์และคณะกรรมการทำงานได้ประเมินร่วมกันอยู่ที่ร้อยละ 90 และได้สะท้อนถึงบทเรียนการทำงานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นของคณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงตำบลเมืองฝ้ายนั้น ทุกคนมองว่าในการจ้างช่างเฉพาะที่มาซ่อมสร้างบ้าน เช่น ช่างเชื่อม ช่างเหล็ก นั้นผู้รับประโยชน์จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าช่างในราคาที่สูง โดยที่ยังไม่ได้ปรึกษากับทางคณะกรรมการ ดังนั้นในครั้งต่อไปคณะทำงานจึงต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการและร่วมพูดคุยประสานงานกับช่าง และผู้รับประโยชน์ในการจ้างช่างมาซ่อมสร้างบ้าน อาจจะได้จ่ายค่าช่างที่มีราคาน้อยลงได้ด้วย และได้ให้ชาวบ้านได้ออกมาช่วยกัน เพราะสมัยก่อนคนไม่ได้ออกมาช่วยกันทำงานแต่พอมีบ้านพอเพียงเข้ามาทำให้เกิดการมีส่วนร่วมประชาชนในตำบลมีความกระตือรือร้นในการทำงานช่วยกัน และมีกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองฝ้าย ที่สำรองในการบริหารจัดการเมื่อเจอปัญหาเรื่องงบประมาณจะได้ดึงงบประมาณจากกองทุนออกมาใช้ได้ แต่ต้องมีการประชุมถึงความจำเป็นในการใช้ร่วมกันก่อนนำเงินออกมาใช้ นอกจากนั้นแล้วยังมีการมองถึงอนาคตที่จะก้าวเดินร่วมกัน และทางพื้นที่ได้เสนอแนวทางให้เกิดการดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือขบวนจังหวัดมีการสนับสนุนการผลิตเอกสาร ในการรวบรวมข้อมูลและส่งข้อมูลไปยังจังหวัดเพื่อความสะดวกและรวดเร็วขึ้น มีการกำหนดกรอบระยะเวลาเพื่อการจัดทำข้อมูลที่ชัดเจนหรือกำหนดระยะเวลาล่วงหน้า รวมถึงการขยายเวลาบางพื้นที่บางกรณีตามความเหมาะสมเพื่อให้จัดการงานได้อย่างลงตัวมากขึ้น 

          สุดท้ายนี้การดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเมืองฝ้ายมีจุดเด่นในเรื่องคณะทำงานท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทั้งชายและหญิง ที่เข้ามาสารต่อแนวคิดของ พอช. ที่ต้องการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของผู้ที่เดือดร้อน ให้ได้สามารถใช้ชีวิตในสังคม ชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน และยังเพิ่มการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อดึงวัฒธรรมชุมชนให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีงามในพื้นที่เมืองฝ้าย ให้สมกับคำว่า “...ท้องที่สามัคคี ชื่นชีวีที่เมืองฝ้าย...”

 

เรียบเรียงโดย สภาองค์ชุมชนตำบลเมืองฝ้าย อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter