playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ตำบลหนองบอน เดิมขึ้นอยู่กับตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ต่อมามีจำนวนหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น จึงได้แยกตำบลใหม่ในปี 2531 มีทั้งหมด 11 หมู่บ้าน โดยมีนายสัมฤทธิ์ พลศักดิ์ เป็นคนแรกจนถึงปัจจุบัน แบ่งเขตการปกครอง เป็น 11 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้าน หมู่1 บ้านท่าเดื่อ, หมู่2 บ้านหัวหนอง, หมู่3 บ้านโนนสังข์, หมู่4 บ้านเหล่ายาว, หมู่5 บ้านแห่เหนือ, หมู่6 บ้านหนองบอน, หมู่7 บ้านแห่เหนือ, หมู่8 บ้านหนองบอน, หมู่9 บ้านโนนสังข์, หมู่10 บ้านท่ามะเดื่อ, หมู่11 บ้านโพนงาม มีจำนวนประชากรใน ตำบลหนองบอน จำนวนหลังคาเรือน : 1,227 หลังคาเรือน ประชากร : 6,256 คน  โดยตำบลพื้นที่ห่างจากที่ว่าการอำเภอโกสุมพิสัยทางทิศตะวันตกประมาณ 5 กิโลเมตร และอยู่ระหว่าง อบต.หัวขวาง และ อบต.แพง การเดินทางเข้าได้ 2 เส้นทาง คือ ถนนสายโกสุม-พระ และถนนสายโพนงาม-คุ้มกลาง (เขตเทศบาล)   ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย

ชาวบ้านประกอบอาชีพหลัก คือ การเกษตร เป็นหลัก วิถีชิตผูกพันกับธรรมชาติ และพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการหาอยู่หากิน มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเล็กๆ เพื่อการประกอบอาชีพและการมีรายได้ เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มองกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผลิตแปรรูป กลุ่มต่างๆ ฯลฯ

          จนกระทั่งตำบลหนองบอนได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ 4 ต.ค.54 มีการดำเนินงานตาม พรบ. สภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งกระบวนการการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญ แนวทางและขั้นตอนในการจัดทำแผนพัฒนาสภาองค์กรชุมชนเพื่อให้ตรงตามความต้องการของชุมชนโดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญ มีการหนุนเสริมของขบวนองค์กรชุมชน และเครือข่ายสภาฮักแพงเบิ่งแงงคนมหาสารคามร่วมในการสนับสนุนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยเปิดเวทีทบทวนสภาองค์กรชุมชนตำบลและการประเมินการพัฒนาตำบล

nongborn

ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชน รวบรวมข้อมูลและปัญหาสำคัญในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านปรางค์ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลให้ครบถ้วน ทันสมัย ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเบื้องต้นในด้านเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติและซึ่งข้อมูลตลอดจนการให้ความเห็นระดมความคิดเห็นถึงความต้องการของชุมชนท้องถิ่น

สำรวจข้อมูลวิเคราะห์เศรษฐกิจและทุนชุมชน

จากการสำรวจข้อมูลเพื่อนำมาเป็นฐานในการตัดสินใจในการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน  พบว่า  มีกลุ่มองค์กรชุมชนทั้งหมดในตำบล มีจำนวน 33 กลุ่ม องค์กร แยกเป็นประเภทจัดสวัสดิการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการ กลุ่มฌาปนกิจ ประเภทอาชีพ ได้แก่ กลุ่มทอผ้า กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า กลุ่มปลูกข้าวโพด กลุ่มกองทุนปุ๋ย กลุ่มผู้เลี้ยงสุกร  กลุ่มจักสาน กลุ่มเกษตรผู้ปลูกอ้อย  กลุ่มเกษตรผสมผสาน   ประเภทวิสาหกิจชุมชน ได้แก่  กลุ่มร้านค้าชุมชน   สหกรณ์ กลุ่มโรงสีข้าวชุมชน กลุ่มอื่นๆ   ได้แก่ กลุ่มเยาวชน กลุ่มน้ำประปา

การนำข้อมูลที่มีอยู่มาประเมินสถานภาพการพัฒนาของท้องถิ่นในปัจจุบันและกำหนดประเด็นในการพัฒนาร่วมกัน ในการกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ยั่งยืน วางเป้าหมาย วัตถุประสงค์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน ตลอดจนยุทธศาสตร์และบูรณาการแนวทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกันทั้งตำบล  ปัญหาสำคัญของตำบลหนองบอน คือ การใช้สารเคมีในพื้นที่การผลิต ราคาผลผลิตตกต่ำ ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง สืบเนื่องจากพื้นที่ตำบล  คนส่วนมากประกอบอาชีพหลักคือการทำนา  อาชีพรองลงมาคือการปลูกมัน  ปลูกอ้อยและเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ผลการวิเคราะห์ พบว่า

  • แหล่งน้ำทางการเกษตร เพราะสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบเหมาะสมในการทำภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการเพาะปลูกข้าว และปลูกอ้อย ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นตัวหลักสำคัญในภาคการเกษตร แต่เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูเพาะปลูก จึงส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผลเท่าที่ควร 
  • ความมั่นคงในที่ดินทำกิน เพราะพื้นที่บางส่วนของตำบล เป็นพื้นที่ไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง จึงทำให้การบริหารจัดการด้านที่ดินทำกินไม่สะดวกและขาดความมั่นคง
  • ต้นทุนการผลิต เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีต้นทุนน้อย ขาดแหล่งเงินทุนสนับสนุนที่ดอกเบี้ยต่ำ เกษตรกรต้องพึ่งพาตนเอง บางคนก็ไปกู้หนี้นอกระบบ เมื่อลงทุนไปแล้วผลผลิตที่ได้ก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จนก่อให้ประสบกับปัญหาหนี้สินมากมาย ก่อให้เกิดการอพยพไปขายแรงงานต่างที่
  • การตลาด เนื่องจากผลิตผลที่ได้จากภาคการเกษตร เกษตรกรผู้ผลิตไม่สามารถกำหนดราคาเองได้จึงเสียเปรียบพ่อค้าคนกลาง และไม่มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นระบบ จึงเป็นปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรที่ทำให้หนี้เพิ่มพูนขึ้น

เป้าหมายและวิสัยทัศน์การพัฒนาระดับตำบล

สถานการณ์ดังกล่าว นับเป็นแรงผลักให้สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองบอน ได้มีการประชุมสภาฯ แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตำบล นำปัญหาด้านต่างๆที่เกิดขึ้นวิเคราะห์และสรุปแนวทางการพัฒนา กำหนดเป้าหมายการพัฒนาตำบลสู่พื้นที่เกษตรอินทรีย์ พลิกฟื้นวิถีชีวิตคนชุมชนด้วยเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญในพื้นที่ เพื่อเป็นทางเลือก-ทางรอดของคนในชุมชน

ตำบลหนองบอนกำหนดเป้าหมายการพัฒนา 20 ปีข้างหน้า ที่มุ่งสร้างสังคมเอื้ออาทร ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอุดมสมบูรณ์เพิ่มพูนรายได้ สุขอนามัยมั่นคง ดำรงวัฒนธรรมประเพณีดำเนินตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลน่าอยู่ สังคมเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจก้าวหน้า พัฒนาการศึกษา เป็นชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม พร้อมภูมิปัญญาท้องถิ่น

nongborn1.jpgnongborn2.jpg

ความร่วมมือหลายฝ่ายนำสู่แผนการพัฒนาพึ่งพาตนเอง

          จากกระบวนการสำรวจและจัดทำข้อมูล จึงนำไปสู่กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบลที่หนองบอน จะทำให้เกิดการประสานงานที่ดีการวางแผนได้สร้างความมั่นใจในเรื่องเอกภาพที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายของสภาองค์กรชุมชนตำบล ทำให้กิจกรรมต่างๆ ที่จัดวางไว้มุ่งไปที่จุดมุ่งหมายเดียวกัน มีการจัดประสานงานในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายใน ภายนอกได้เข้ามาทำงานร่วมกันของคนทั้งตำบลการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)โดยความร่วมมือกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมหาสารคาม สภาฮักแพงเบิ่งแงงมหาสารคาม เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล 114 ตำบล มีการจัดเวทีเพื่อเสนอแผนต่อหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง จากองค์ประกอบผู้เข้าร่วมประกอบด้วย แกนนำชุมชน แกนนำกลุ่มองค์กร   และหน่วยงานภาคี ประกอบด้วยนายกองค์กรบริหารส่วนตำบล  เกษตร กศน. สถานศึกษา และ รพสต.  พัฒนาชุมชนอำเภอ  มีการนำเสนอแผนพัฒนาในทุกด้านของตำบลและส่งมอบแผนให้กับหน่วยงานภาคี  ในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่มีทางเจ้าหน้า พอช. ร่วมออกแบบหลักสูตร เป็นวิทยากรกระบวนการ มีการประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการร่วมกันทั้งในด้านการจัดทำแผน และทบทวนคุณภาพแผน และการเชื่อมโยงแผนงานระหว่างสภาองค์กรชุมชนตำบลกับท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

nongborn3.jpg

 หนุนกลไกสภาฯ ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง : จุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ด้วยกลไกสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองบอน ก่อให้เกิดกลุ่มต่าง ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นถึง 33 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เรียนรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองอย่างพอเพียง ที่สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนจาการซื้อปุ๋ยและสารเคมีได้สูงถึง 380,000 บาท กลุ่มทำนา กลุ่มพลังงานทางเลือก กลุ่มดูแลสุภาพด้วยตนเอง เกิดบุคคลต้นแบบด้านการเกษตรอินทรีย์ มีการเชื่อมประสานกับองค์กรภายนอก เช่น สาธารณสุข พัฒนาชุมชน กศน. อบต. เกษตรอำเภอ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายอี คือการขยายให้ตำบลใกล้เคียง ร่วมเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งหมดภายใน 5 ปี

          ทั้งนี้ได้เกิดการเชื่อมโยงแผนงานกับท้องถิ่น สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอนได้รับการสนับสนุนในเรื่อง 1) ส่งเสริมกลุ่ม องค์กรชุมชนด้านเศรษฐกิจภายใต้แนวคิดอยู่อยู่อย่างพอเพียง 2) มีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสานเพื่อสร้างและลดรายจ่าย3)  สนับสนุนเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพให้กับกลุ่ม องค์กรที่ทำการผลิต โดยเฉพาะการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ที่สอดกับการพึ่งพาตนเอง มีกิจกรรมสนับสนุน เช่น การเรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การปลูกพืชสมุนไพร พันธุ์ปลา เป็นต้น

 ตลอดระยะเวลาของการยกระดับการพัฒนากระบวนการของคนในตำบลหนองบอน มีความภาคภูมิใจใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล/กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองบอน ให้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงพี่น้องประชาชน  หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่และนอกพื้นที่ ได้แผนพัฒนาที่จะสามารถเชื่อมโยงกับภาคีพัฒนา และยังร่วมกันเสนอปัญหาของชุมชน โดย อาศัยความตามมาตรา 21(5) แห่ง พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ให้สภาองค์กรชุมชนตำบล มีภารกิจเพื่อเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขหรือความต้องการของประชาชนอันเกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อมหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชน กลุ่ม องค์กรชุมชน ในหมู่บ้านร่วมกันประสานความร่วมมือเชื่อมโยงการสนับสนุนประมาณจากท้องถิ่นในการทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาตำบล  มีปฏิบัติการในระยะ 1 ปี

 แนวคิดเกษตรอินทรีย์พึ่งตนเองร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง

          การดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองบอน ในช่วงแรกเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กับกลุ่มเกษตรกร 150 ครอบครัว จำนวน 11 หมู่บ้าน เกี่ยวกับการใช้เกษตรอินทรีย์และเสนอรูปแบบการบริหารจัดการ ในการผลิตแบบอินทรีย์ ซึ่งร่วมกันกำหนดเป็นเป้าหมายของตำบลที่มีการผลิตข้าวอินทรีย์ทั้งตำบลในปี 2564  คือ 1) พัฒนาการเกษตรยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงให้พึ่งตนเอง  2) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่การจัดการตนเอง 3) จัดการบริหารหนี้เกษตรกรให้ลดลง และ 4) พัฒนาคนให้มีความรู้ มีชีวิตที่ดีขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งถึงการพิสูจน์ว่าองค์ความรู้ในเรื่องการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลัก "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" เป็นที่ตั้ง ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สภาฮักแพงฯ สภาองค์กรชุมชนตำบล นำหัวใจหลักในการยกระดับความเข้มแข็งให้หมู่บ้าน นั้นทำได้จริง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ใช้เกษตรอินทรีย์ ลดใช้สารเคมี เพื่อชีวีปลอดภัยและยั่งยืนของชาวบ้านตำบลหนองบอน กว่า 50 ครัวเรือน

เกิดการทำความเข้าใจเรื่องแนวคิดการประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวเองด้วยการเป็นเกษตรกร แต่เดิมทุกบ้านนิยมใช้สารเคมีมากน้อยต่างกันไปในการทำการเกษตร ทั้งในนาข้าว ไร่อ้อย แปลงผัก แม้แต่ครัวเรือนที่ปลูกผักไว้รับประทานเองและจำหน่ายในหมู่บ้านกว่า 10 หลัง ก็ยังใช้ปุ๋ยเคมีและฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ส่งผลให้คนในชุมชนและผู้บริโภคได้รับสารพิษเข้าร่างกายอย่างต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม และเมื่อทำการตรวจเลือดคนในหมู่บ้าน พบว่าร้อยละ 70 มีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานในกระแสเลือด ขณะเดียวกันเหล่าเกษตรกรก็ต้องเสียเงินจำนวนไม่น้อย ตกครัวเรือนละ 3,000-30,000 บาทต่อปี และหากคิดเป็นทั้งหมู่บ้านก็น่าตกใจว่าในปี พ.ศ. 2554 ชาวบ้านหนองบอนจ่ายเงินมากถึง 1,680,268 บาท เพื่อซื้อสารเคมีมาทำการเกษตรหวังให้ผลผลิตงอกงาม ยังไม่รวมค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายตามมา

วันนี้กลุ่มองค์กรชุมชนต่างๆ ตลอดจนผู้นำชุมชน สภาองค์กรชุมชน ได้นำแนวคิดชุมชนน่าอยู่เน้นเรื่องอาหารปลอดภัย มานำเสนอเป็นทางเลือกให้คนในหมู่บ้านเมื่อต้นปี 2559 ระยะเวลาผ่านไป 2 ปี การดำเนินงานอย่างเข้มแข็งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างเห็นได้ชัดมากมาย จากตัวอย่างเกษตรกรต้นแบบ ที่เริ่มต้นปลูกข้าวปลอดสารเคมีจำนวน 12 ไร่ตั้งแต่ปี 2557  ซึ่งก็ได้ผลดีเพราะปุ๋ยที่ใช้เป็นมูลสัตว์แปลงที่ใช้สารเคมีเราได้กำไรมากกว่าหลายเท่าตัว เพราะมีต้นทุนที่น้อยกว่า คิดเป็นเงินที่รวมต้นทุนทุกอย่างแล้วเพียง 4 บาทกว่า ๆ ต่อกิโลกรัม แต่กลับขายได้ราคาสูงกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม หรือตันละ 20,000 กว่าบาท หากผ่านมาตรฐาน มกท. ขณะที่ข้าวอัดสารเคมีจะมีต้นทุนสูงถึงกิโลกรัมละ 9 - 11 บาทหรือตันละ 9,000 - 10,000 บาท แต่ขายได้ไม่เกิน 12,000 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งส่วนตัวได้กำไรจากการทำนาข้าว 1 ครั้งต่อปี เป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาท  ฉะนั้น เมื่อเวลาเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาข้าวผันผวน จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย  นอกจากร่างกายจะได้รับสารพิษน้อยลงแล้ว ความเป็นอยู่ของเรายังดีขึ้น เกษตรกรตัวอย่างได้ขยายความรู้เรื่องนาข้าวอินทรีย์ มาขยายผลในพื้นที่เกษตรกรในตำบลหนองบอน ปัจจุบันมีชาวบ้านหนองบอนประสบผลสำเร็จเพิ่มอีกกว่า 30 ราย ช่วยลดรายจ่าย ต้นทุนการผลิต และรายได้ที่ดีขึ้น

          ก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ  ผลที่ได้ตามมาคือการปฏิบัติการสร้างรูปธรรมในแปลง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับแนวคิดการผลิตของคนในชุมชน เพื่อให้ชุมชนอยู่ดีตามวิถีชุมชน ถือแนวทางการทำเกษตร ”ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นการทำต่อยอดในพื้นที่ให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและทุนของชุมชนที่ยั่งยืน ส่งต่ออาหารที่ปลอดภัยให้แก่คนในชุมชนและคนนอกชุมชน สิ่งที่ตำบลหนองบอนไปต้องการให้เกิดขึ้นในตำบลในระยะ 5-10 ปี คือ 1) มีธนาคารพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีคุณภาพเหมาะสมกับพื้นที่ 2) ขยายแปลงปลูกพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้ได้เต็มพื้นที่ 3 ) มีเกษตรกรคนรุ่นใหม่หันมาปลูกข้าวพื้นเมือง 4)  สร้างรายได้ให้กับสมาชิกชุมชน 5) เกิดเครือข่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในระดับพื้นที่ และ 6) เกิดความร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเอง

 เกษตรกรในตำบลหนองบอน ได้แสดงศักยภาพในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองส่งเสริมและสนับสนุนให้ ลด ละ เลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพื่อก่อให้เกิดผลสืบเนื่องไปสู่การแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติในตำบล ตลอดจนส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูและอนุรักษ์ และเป็นแหล่งอาหารปลอดภัย จะส่งผลให้เกษตรกรและคนในชุมชนตำบลมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอาจขยายผลไปสู่ตำบลใกล้เคียงผ่าน “ตำบลต้นแบบการจัดการด้วยตนเอง”

 

เรียบเรียงโดย สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองบอน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter