playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

จากความทุกข์ยากของชาวนาที่ได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 พื้นที่ประเทศไทยเปรียบเสมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ทุกสิ่งจมอยู่ใต้บาดาล พืชผลการเกษตรและเมล็ดพันธุ์หลายชนิดจมอยู่ใต้น้ำ ต่อมาปี 2559 ภาวะข้าวล้นตลาดโลก การค้าขายจึงถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ข้าวมะลิ 105 เหลือเพียงราคาตันละ 6,500-6,800 บาท เท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีกระแสโด่งดังในโลกโซเชียล “ช่วยชาวนาขายข้าว” มาพักหนึ่ง แล้วก็เงียบหายไป

          แม่สื่อหาเจ้าสาวให้เจ้าบ่าวชาวนา

          เกิดปรากฏการใหม่จากกลุ่มคนจิตอาสาฯ มุ่งเน้นช่วยเหลือชาวนาไทยที่ทำเกษตรอินทรีย์เท่านั้น คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “แม่สื่อ” เรียกชาวนาอินทรีย์ว่า “เจ้าบ่าว” เรียกคนซื้อข้าวกินว่า “เจ้าสาว” เรียกเช่นนี้ก็เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเป็นครอบเป็นครัวมากกว่าแค่การซื้อมาขายไป  แม่สื่อทำหน้าที่ให้เจ้าสาวคนกินและเจ้าบ่าวชาวนามาพบกัน ผูกสมัครรักใคร่กันฉันญาติมิตรซื้อขายกันไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เจ้าสาวจะต้องจ่ายเงินค่าข้าว (สินสอด) ให้เจ้าบ่าวชาวนาตลอดทั้งปี (12 เดือน) เจ้าบ่าวชาวนาจะต้องดูแลครอบครัวเจ้าสาว โดยสีข้าวใหม่ๆ ส่งให้เจ้าสาวทุกเดือนจนครบ 1 ปี การจ่ายเงินค่าข้าวให้เจ้าบ่าวชาวนาตลอดทั้งปี เพื่อเป็นทุนรอนให้เจ้าบ่าวได้ทำนาต่อไป เจ้าบ่าวชาวนา 1 คน สามารถมีเจ้าสาวคนกินได้มากกว่า 1 คน ตามจำนวนปริมาณข้าวที่มี กระบวนการเหล่านี้เรียกว่า “ผูกปิ่นโตข้าว” นั่นเอง

ผูกปิ่นโตข้าวได้ก่อเกิดขึ้นในปี 2556 โดยกลุ่มแม่สื่อเปิดเพจเฟซบุ๊ครับสมัครชาวนาที่ทำนาอินทรีย์ทั่วประเทศเข้าสู่โครงการผูกปิ่นโตข้าว มีชาวนาอินทรีย์ที่ผ่านการตรวจประเมินจากโครงการฯ ทั้งหมด 54 รหัส จากหลายจังหวัด เช่น นครนายก นครปฐม ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อ่างทอง ราชบุรี ฯลฯ เป็นต้น

farmer

          ผูกปิ่นโตข้าวนครสวรรค์

          เกิดจากการขยายตัวของผูกปิ่นโตข้าว ซึ่งเราเริ่มเรียกว่า ผูกปิ่นโตข้าวเถาใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายให้เกิดจังหวัดผูกปิ่นโตข้าวทั้งแผ่นดิน ผูกปิ่นโตข้าวนครสวรรค์มีกระบวนการขั้นตอนไม่แตกต่างจากผูกปิ่นโตข้าวเถาใหญ่ ในหลักการ คือ ใช้ความสมัครใจของชาวนาเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านการตรวจแปลงนาตามมาตรฐานผูกปิ่นโตข้าว (เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม) แต่สิ่งที่แตกต่างจากผูกปิ่นโตข้าวเถาใหญ่คือ “ทีมแม่สื่อ” หัวหน้าทีมหลัก คือ พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ภาคธุรกิจ บริซคลับ ภาคประชาสังคม และชาวนาอินทรีย์ ด้วยพาณิชย์จังหวัดนายประดิษฐ์ ภู่พัด เห็นว่ากระบวนการผูกปิ่นโตข้าวมีความสอดรับกับนโยบายจังหวัดนครสวรรค์ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งเน้นขยายพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์ จึงได้สนับสนุนงบประมาณ 4 ล้านบาทพัฒนาตลาดข้าวอินทรีย์โดยผูกปิ่นโตข้าว

          ทางเลือกทางรอด

farmer1.jpg

          ชาวนาจังหวัดนครสวรรค์กว่า 40 ชีวิต สมัครใจเข้าร่วมโครงการผูกปิ่นโตข้าว พัฒนาตนเองทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ชาวนาจัดทำปุ๋ยคอก ขยายจุลินทรีย์ ทำน้ำหมักจัดการแมลงไว้ใช้กันเองในแปลงเกษตร  “สนุ่น สมีเพ็ชร” เป็นหนึ่งใน 40 สมาชิกโครงการฯที่ทำนาอินทรีย์มากว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ด้วยทำตามพ่อแม่ที่เคยทำมาเนิ่นนาน แต่สนุ่น ก็ยังคงขายเป็นข้าวเปลือกให้กับโรงสีในราคาที่โรงสีกำหนด จึงไม่แตกต่างไปจากราคาข้าวเปลือกที่ใช้เคมี กระทั่งเกิดโครงการผูกปิ่นโตข้าวนครสวรรค์ขึ้น จึงเป็นความหวังของชาวนาอินทรีย์ ที่มีวิธีขายข้าวอินทรีย์แบบผูกกันเป็นปี ไม่ใช่ซื้อขายกันเพียงแค่ครั้งเดียว ที่สำคัญยังแยกให้เห็นความสำคัญของข้าวอินทรีย์อีกด้วย

เจ้าบ่าวพบเจ้าสาว

          กระบวนการซื้อขายก็คือ ชาวนาอินทรีย์จะถูกเรียกว่าเจ้าบ่าว คนกินข้าวจะถูกเรียกว่าเจ้าสาว โดยคนกลางที่นำพาสองคนมาพบกันคือ แม่สื่อ จะทำหน้าที่ 2 ทางคือ บริหารทั้งเจ้าบ่าวชาวนาอินทรีย์และเจ้าสาวคนกิน ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางเพจผูกปิ่นโตข้าวนครสวรรค์ รับสมัครเจ้าสาวคนกิน และชาวนาที่ทำนาอินทรีย์ ในส่วนของชาวนาเมื่อผ่านการตรวจแปลง ได้รับมาตรฐานแล้ว จึงประกาศว่าเป็นเจ้าบ่าวชาวนาอินทรีย์ และมีรหัสหมายเลขกำกับ  แม่สื่อทำการผูกปิ่นโตโดยจัดส่งเจ้าสาวในช่องทางอีเมล์และไลน์ให้เจ้าบ่าวชาวนา ตามชนิดข้าวที่เจ้าสาวต้องการ การผูกปิ่นโตจะผูกกันเป็นปี คือ ทั้ง 12 เดือน เจ้าสาวต้องจ่ายเงินค่าข้าวให้เจ้าบ่าวล่วงหน้าตลอด 1 ปี ตัวอย่างเช่น เจ้าสาวเอ สมัครเข้าโครงการฯต้องการกินข้าวมะลิแดงกล้องจำนวนเดือนละ 5 กิโล แม่สื่อจะจับคู่ให้กับเจ้าบ่าวที่มีข้าวมะลิแดง  ยกตัวอย่างเช่น ราคาข้าว กิโลละ 70 บาท + ค่าส่ง 20 บาท = 90 บาท x 5 กิโล x 12 เดือน = 5,400 บาท เจ้าสาวเอ จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าบ่าว 5,400 บาท พร้อมแสดงหลักฐานการโอน จากนั้นเจ้าบ่าวจะทำหน้าที่ดูแลครอบครัวเจ้าสาวเอด้วยการสีข้าวใหม่ๆส่งให้ทุกเดือน

          เปิดตัวยิ่งใหญ่

          ผูกปิ่นโตข้าวนครสวรรค์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 14  กุมภาพันธ์ 2562 โดยใช้วันแห่งความรักเป็นสื่อแทนใจ ณ โรงแรมแกรนด์ฮิล อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยขบวนแห่ขันหมากของเจ้าบ่าวชาวนาอินทรีย์ ซุ้มอาหารพื้นบ้านฝีมือเจ้าบ่าว ตอกย้ำความมั่นใจให้คนกินด้วยการเขียนรายละเอียดที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร ซุ้มข้าว 9 สายพันธุ์ที่เจ้าบ่าวภูมิใจ ผู้มาเที่ยวงานสามารถกินได้ไม่อั้นเพียงอิ่มละ 9 บาทเท่านั้น การเปิดตัวในครั้งนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์นายปรีชา เดชพันธ์ ได้ให้เกียรติมาทำพิธีเปิดด้วยการเทข้าวสาร 9 สายพันธุ์ลงในหม้อดิน พร้อมกล่าวสนับสนุนโครงการฯ ว่าเป็นความหวังของจังหวัดที่จะช่วยเพิ่มเกษตรอินทรีย์จนกระทั่งนครสวรรค์กลายเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ต่อไปอย่างยั่งยืน

         farmer2.jpgfarmer3.jpg

farmer4.jpgfarmer5.jpg

นี่คือตัวอย่างของการสานพลังทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พลังจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือชาวนาในจังหวัดนครสวรรค์ ให้มีช่องทางขายผลผลิตโดยไม่โดนพ่อค้าคนกลางกดราคา ในขณะที่ผู้ซื้อก็ได้บริโภคข้าวสารอินทรีย์ที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

      

 

 เรียบเรียงโดย พัชรินทร์  เกษสุวรรณ นักสื่อสารจัดการความรู้นครสวรรค์

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter