playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

วันนี้(26 เม.ย. 2562) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กล่าวเปิดงานเวทีการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานของสถาบันฯว่า เป็นเวทีเปิดโลกทัศน์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ในหัวข้อ“การเปลี่ยนผ่านองค์กร พอช. สู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation)” เพื่อให้คนทำงานได้เกิดการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมดิจิทัลและการนำความรู้แบบดิจิทัลไปปรับใช้ในการทำงานกับชุมชน โดยเชิญ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการสำนักงาน (กลุ่มสังคมและกำลังคนดิจิทัล) จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เป็นวิทยากรในหัวข้อดังกล่าว

rathasatr

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคนี้เปรียบได้กับคลื่นลูกใหญ่ที่สาดเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล แต่คลื่นลูกนี้ไม่ได้เป็นคลื่นที่เพิ่งเกิดขึ้น ความเป็นจริงแล้วได้เกิดมานานกว่า 20 ปีแล้ว เห็นได้จากการเติบโตของข้อมูลสถิติผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ประชากรของไทยกว่า 66.2 ล้านคน ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ คิดเป็นร้อยละ 172 และใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเกือบ 100% ของการใช้โทรศัพท์ทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ลงไปถึงชุมชนและคนในเกือบทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่ชุมชนหรือพื้นที่ทั่วไปยังขาดจริงๆ คือ Software หรือ ความรู้ความสามารถของคนที่จะทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลนี้เข้าไปใช้ในการประกอบสัมมาชีพ หรือการเสริมสร้างรายได้

ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงแต่ละยุคแต่ละช่วงสมัยแล้ว ทำให้เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง หรือหากเราเข้าใจคำว่า “Wave of Digital Disruption” ซึ่งคลื่นหรือยุคของการเปลี่ยนแปลงนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนไป โดยเฉพาะยุคตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานมากขึ้น เช่น ระบบการเงิน ระบบการศึกษา ระบบการรักษาสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งต่อจากนี้ไปคนทั่วโลกจะพัฒนาประเทศโดยใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์ ใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ แทนการทำงาน และใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น อีกทั้งอุตสาหกรรมต่างๆ ก็จะมีการปรับตัวโดย ร้อยละ 35 ของกระบวนการผลิตจะใช้ระบบดิจิทัลทั้งสิ้น การสร้างรายได้ ร้อยละ 19 ผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมด ดังนั้นยุคปัจจุบันการทำงานของภาครัฐโดยเฉพาะการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จะมุ่งเน้นการสร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และทำงานร่วมกับ พอช. ในการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยในการทำงานของชุมชน

rathasatr2.jpg
"Trend การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในช่วง 3- 5 ปีนี้ เราควรเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การทำงานของ AI ในการคำนวณผล เช่น การมีรถยนต์ที่ไร้คนขับ อุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถทำงานด้วยตัวของตนเอง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ระบบ Machine Learning เป็นต้น ซึ่งเราต้องเตรียมรับมือกับความฉลาดของเทคโนโลยี ที่มีความฉลาดขึ้นทุกๆ 2 ปี ซึ่งต่อไปคำว่า “ข้อมูล” จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในโลก เพราะเราต้องนำข้อมูลที่ได้มาใช้ป้อนระบบเทคโนโลยีต่างๆ และเทคโนโลยีนั้นก็จะทำงานได้"

จากนโยบายและยุทธศาสตร์ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) นั้น ทำให้เห็นว่าหากจะนำเทคโนโลยีมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนทั่วประเทศ DEPA จะมาร่วมเป็นภาคี (Partner) ร่วมกับ พอช. เนื่องจาก DEPA เชื่อมั่นว่า พอช. เป็นองค์กรที่สามารถทำงานขับเคลื่อนแนวคิดการทำงานของชุมชนได้ เพราะเป็นองค์กรซึ่งมีพื้นที่การทำงานทั่วประเทศ และมีฐานชุมชนอยู่แล้ว โดยรูปแบบการทำงานของ DEPA จะเป็นแบบ Design thinking หรือเรียกว่า เป็นการทำงานบนความต้องการของชุมชน ในการทำงานกับชุมชนต้องเป็นระบบดิจิทัลที่ไม่ใช่แบบสำเร็จรูป และต้องมีการใช้ระบบอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นเรื่อยๆ
ตัวอย่างการทำงานร่วมกับชุมชนที่นำดิจิทัลเข้าไปใช้ในการทำงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในชุมชน โดยมีเป้าหมายการประยุกต์เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในระดับชุมชน ดังนี้ 1) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการเกษตรอัจฉริยะในระดับชุมชน 2) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพสุขภาวะที่ดีของชุมชน 3) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน 4) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อท่องเที่ยวชุมชน 5) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการตลาดดิจิทัล และกระบวนการผลิตในระดับชุมชน 6) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น โครงการโรงเรือนอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะเขือเทศเชอรี่ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรยุคดิจิทัลในการพัฒนาการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านบ่อลูกรัง ตำบลคลองหินปูน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว , โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลของวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไป DEPA จะได้ประสานงานกับ พอช. เพื่อคัดเลือกพื้นที่ รวมถึงวางแนวทางในการทำงานร่วมกัน และในอนาคตอันใกล้นี้ DEPA จะจัดทำบันทึกความร่วมมือกับ พอช. เพื่อพัฒนา Smart Community ร่วมกันต่อไป

rathasatr3.jpg

รายงานโดย เปรมปรีด์ นาราช

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter