
ตำบลตาชี เป็น 1 ใน 8 อปท. ของอำเภอยะหา จังหวัดยะลาห่างจากอำเภอ 20 กิโลเมตร ซึ่งการประกอบอาชีพโดยส่วนใหญ่เป็นการทำสวน/ทำไร่ อาชีพเสริมกล้วยฉาบ, ทุเรียนกวน, ส้มแขกตากแห้ง น้ำส้มแขก มีเขตการปกครอง 5 หมู่บ้าน ประชากรทั้งหมดในตำบลตาชี 1,822 คน แบ่งเป็นเพศชาย 888 คน และเพศหญิง 934 คน นับถือศาสนาพุทธ 100% มีวัดแห่งเดียวคือวัดวงกตบรรพต (วัดตาชี)
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2550 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดยะลา เพื่อส่งเสริมจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาชี โดยมี นางสาวเอกศรา มณีนิยม เป็นประธาน ซึ่งมีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน 70 คน มีเงินสมทบ จำนวน 10,000 บาท ปัจจุบันมีสมาชิก 340 คน มีงบประมาณสมทบ 3 ขา จำนวน 181,220 บาท จากการขับเคลื่อนงานกองทุน ได้มีการเพิ่มสมาชิกให้ครอบคลุมทั่วทั้ง 5 หมู่บ้าน ประเภทการช่วยเหลือสมาชิก 6 ประเภท ดังนี้ เสียชีวิต, เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล, เด็กแรกเกิด/คลอดบุตร, ผู้ด้อยโอกาส/คนพิการ, ผู้สูงอายุ และเพื่อการพัฒนาอาชีพ แต่เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัด ทำให้สมาชิกขาดรายได้ ไม่สามารถสมทบเงินเข้ากองทุนได้ ประกอบกับคณะกรรมการขาดการหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีแผนงานส่งเสริม เพื่อให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นในกองทุนจนกองทุนสามารถดำเนินงานไปได้ ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2560 ได้มีการจดแจ้งองค์กร/เครือข่าย จำนวน 13 องค์กร/เครือข่าย มาจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน โดยมี นายทรงวุฒิ ดำรงกูล เป็นประธาน
จากการวิเคราะห์ศักยภาพองค์กรชุมชนในตำบล โดยใช้สภาองค์ชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางพบว่า ประชากรในตำบลตาชี มีที่ทำกินในการประกอบอาชีพและที่อยู่อาศัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากที่ดินครอบคลุมโดยผู้คนที่เข้ามาจับจองกันหมดแล้ว ประกอบกับมีประชากรเพิ่มขึ้นจึงไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ทำให้ชาวบ้านขาดที่ดินในการประกอบอาชีพและมีปัญหาความยากจนตามมา จึงทำให้การสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยได้แค่กึ่งๆ กลางๆ พอบังแดดบังฝนได้ บางหลังก็ทรุดโทรม จนเป็นที่มาของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่อยู่อาศัยของคนในชุมชน เพื่อให้มีความมั่นคงสร้างความมั่นใจในการดำรงชีวิตของครอบครัว โดยจัดทำโครงการบ้านพอเพียงชนบทให้กับผู้ที่มีอยู่อาศัยไม่มั่นคง จำนวน 38 ราย แต่ได้รับอนุมัติในปี พ.ศ.2561 เพียง 25 ราย งบประมาณ 475000 บาท
จากการวิเคราะห์ศักยภาพในตำบลพบว่ามีองค์กรในชุมชนที่มีความเข้มแข็งอยู่หลายองค์กร แต่ยังขาดการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันเพื่อทำให้องค์กรเหล่านั้นได้ตระหนักและให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหา ซึ่งถ้าสามารถทำให้องค์กรเหล่านั้นมีความเข้าใจถึงพลังของความร่วมมือก็จะเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาให้บรรลุผลสำเร็จได้ ประกอบกับในตำบลมีทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อ ก่อให้เกิดรายได้ของคนในชุมชนเพิ่มขึ้น จึงได้ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการนำปัญหามาปรึกษาหารือกันอย่างเช่น เรื่องบ้านพอเพียงที่กำลังดำเนินการอยู่และกำลังยกระดับไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวโดยชุมชน การพัฒนากองทุนสวัสดิการ ส่งผลให้มีการทำงานของชุมชนในเชิงสวัสดิการได้เป็นอย่างดี สามารถจะนำมาเป็นกองทุนช่วยเหลือในการทำเป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวบ้านได้อีกทางหนึ่ง เพราะหากประชากรมีรายได้ก็สามารถบริจาคสมทบได้ คนส่วนใหญ่ก็อยู่ร่วมกันด้วยความเป็นญาติพี่น้อง มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งตำบล


กล่าวเฉพาะการพัฒนาโครงการบ้านพอเพียงชนบท ได้ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นเวทีกลาง โดยเมื่อเห็นปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในชุมชนมากขึ้นก็ได้รับการร้องขอจากผู้เดือดร้อนในแก้ไขปัญหา และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 23 ของสภาองค์กรชุมชน 2551 เพื่อสำรวจบ้านเรือนที่ต้องการปรับปรุงซ่อมแซมและหาแนวทางแก้ไข โดยทางคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน ช่วยกันวางแผนความสำคัญ ก่อน-หลัง เพื่อเสนองบประมาณเพื่อนำมาปรับปรุงซ่อมแซม ตามลำดับที่จัดวางไว้ จึงเป็นที่มาของโครงการบ้านพอเพียงชนบทปี 2561 และเกิดการบริหารว่าต้องจัดการตั้งคณะกรรมการ อำนวยการการตรวจสอบ,ตรวจรับ,จัดซื้อ,จัดการปรับปรุงซ่อมแซม โดยคณะกรรมการเหล่านี้มาจาก ผู้นำชุมชน, ท้องถิ่น, ท้องที่ และผู้เดือดร้อน มาร่วมกันบริหารโครงการ
“ข้อมูลผู้เดือดร้อนมาหลายทางทั้งที่สำรวจโดยสภาองค์กรชุมชน ข้อมูลจาก อบต.และข้อมูลผู้เอาซากาต จากนั้นก็ให้แต่ละหมู่บ้านตั้งคณะทำงานอันประกอบด้วย ท้องที่ ท้องถิ่น สภาและชาวบ้านกลั่นกรองกันเอง โดยการทำเวทีประชาคมแล้วนำผลที่ได้มารวมกันในระดับตำบล จึงทำให้ได้ผู้เดือดร้อนที่แท้จริง” แกนนำสภาผู้หนึ่งกล่าว
จากการดำเนินงานเห็นได้ค้นพบสิ่งที่น่าสนใจว่า การอยู่ร่วมของชุมชนยังมีความเอื้ออาทรพึ่งพาช่วยเหลือกันดี จะเห็นว่าทุกหลังจะมีคนในชุมชนมาช่วยเหลือ บ้านดังกล่าวที่เจ้าของบ้านชอบให้ความช่วยเหลือสังคมมาก่อนหน้าแล้วเป็นกฎธรรมชาติที่จะถูกกำหนดขึ้นเอง ส่วนหลังที่เจ้าของบ้านไม่ค่อยช่วยเหลือสังคมจะต้องช่วยเหลือตนเองตัวเองปราศจากคนในชุมชนดูแล ซึ่งเป็นบทเรียนทางสังคมเป็นอย่างดี ผู้นำในชุมชนจะเกิดให้ความสนใจขึ้นมาในช่วงหลังที่เห็นชาวบ้านดำเนินงานช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกิดความรู้ใหม่ๆขึ้นมาว่าผู้นำจะต้องให้ผู้ตามเดินหน้าไปก่อน ผู้นำจึงกลายเป็นผู้ตามไปโดยปริยายในปัจจุบันเป็นความรู้ใหม่ที่สามารถนำมาใช้กับการบริหารในโอกาสต่อไปว่าผู้ตามจะต้องเริ่มก่อนผู้นำจึงทำตาม และเพื่อดำเนินการไปเกิดการเรียนรู้เลยว่าชุมชนสามารถจัดการตนเองได้
นอกจากนี้การทำบ้านพอเพียงท้องที่, ท้องถิ่น ยังได้ช่วยเหลือด้านแรงงานเสียมากกว่าเรื่องงบประมาณเพราะที่ผ่านมาท้องถิ่นนำคนงานในเทศบาลมาร่วมช่วยเหลือด้านแรงงาน กลุ่ม อสม. รวบรวมเงินทำอาหารทั้งๆ ที่ อสม.ไม่มีงบประมาณเป็นของตนเองแต่ก่อให้เกิดการเรี่ยไรสมาชิกในองค์กร เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ด้อยโอกาสในชุมชนของตนเอง
ดังนั้นบ้านพอเพียงที่ตาชี ไม่เพียงเป็นการซ่อมแซมบ้านให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัยเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังทำให้คนหันมาร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เดือดร้อนที่ได้ลุกขึ้นมาจัดการชีวิตตนเอง เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคม
ติดต่อประสานงาน
นายกำธร พุธสุขขี บ้านเลขที่ 3 หมู่ 4 ตำบลตาชี อำภอยะหา จังหวัดยะลา 95120 โทร.087-8379854





