playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

1553227964071

ชุมชนท่าสัก ต.ป่าครอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นชุมชนประมงพื้นที่บ้าน ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต บริเวณแยกทางหลวง 402 ก่อนถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตริย์ตรีท้าวศรีสุนทร ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ติดกับทะเล ด้านอ่าวภูเก็ต  ทิศตะวันตกติดกับคลองธรรมชาติและป่าชายเลน ส่วนทิศใต้ติดกับที่ดินเอกชนและสำนักสงฆ์

          ท่าสักเป็นชุมชนมุสลิมไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดในการตั้งถิ่นฐาน แต่สันนิฐานว่า พื้นที่ตำบลป่าคลอกและตำบลไม้ขาวตอนล่าง มีชาวมุสลิมตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายมาตั้งแต่สมัยโบราณ จึงคาดว่าเป็นชาวบ้านกลุ่มแรกที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่ชุมชนท่าสัก น่าจะเป็นลูกหลานของชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยประกอบอาชีพประมงเข้ามาจอดเรือบริเวณทางทิศเหนือของชุมชนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์

          จากคำบอกเล่าของชาวบ้านทราบว่าในปี พ.ศ.2527 พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์พารา ซึ่งอยู่ติดกับชุมชนได้มีการขุดลอกคลองแห่งนี้ เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งในขณะนั้นได้มีการตั้งเพิงอาศัยอยู่ในพื้นที่แล้วบางส่วน จนกระทั้งในปี พ.ศ.2529 ชาวบ้านมุสลิมที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยก็เข้ามาสร้างเพิงพักและใช้พื้นที่นี้ทำมาหากิน โดยการออกเรือหาปลา หาหอย ตั้งรกรากอย่างมั่นคงในเวลาถัดมาจนกลายมาเป็นชุมชนท่าสักในปัจจุบัน

          ปัจจุบันชุมชนท่าสักประกอบด้วย 108 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 280 คน เกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม อาชีพหลักกว่าร้อยละ 70 คือการประมง ตามมาด้วยรับจ้างทั่วไปและค้าขายเล็กๆ น้อยๆ

1553227967246.jpg

          นายชัยทวี พันธ์ทิพย์ ประธานชุมชนท่าสัก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คำว่า “ท่าสัก” ในอดีตเป็นท่าเรือของชาวประมงที่เข้ามาอาศัยในยุคแรกๆ เพื่อออกเรือหาปลา หอย ที่สำคัญคือ “ตัวเคย” ที่ใช้ทำกะปิ บริเวณท่าเรือก็จะปลูกเพิงเพื่อพักอาศัย หลบคลื่นลมไปด้วย จนกลายมาเป็นชุมชน ปัจจุบันที่ดินพื้นที่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอก

เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดิน

          หลังเกิดเหตุการณ์สึนามิ มีปัญหาเรื่องความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของคนจนในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 25 ชุมชน ครอบคลุมทั้ง 3 อำเภอ โดยเป็นชุมชนที่อยู่ในป่าชายเลน 11 ชุมชน ที่ดินเอกชน 7 ชุมชน กรมเจ้าท่า 2 ชุมชน ที่ราชพัสดุ 1 ชุมชน ที่สาธารณะประโยชน์ 3 ชุมชน อบจ. 1 ชุมชน ชาวชุมชนจึงได้รวมตัวกันในนาม “เครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต” เรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีการแก้ไขปัญหา เรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาของ 3  อำเภอ รวมทั้งมีมติแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินที่อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวน ป่าชายเลน โดยชุมชนตั้งบ้านเรือนก่อนวันที่ 23 กรกฎาคม 2534 จะผ่อนผันให้ให้ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ ส่วนที่อาศัยอยู่ หลังจากนั้นทางจังหวัดจะทำเรื่องขอผ่อนผันให้อาศัยอยู่ต่อไปได้ โดยมีเงื่อนไขให้ชุมชนรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง มีการควบคุมกันเอง เพื่อป้องกันการบุกรุกขยายพื้นที่โดยไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งชุมชนท่าสัก จะอยู่ในกรณีแรก คือ อยู่มาก่อน พ.ศ.2534 สามารถอาศัยอยู่ต่อไปได้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2543 และ 22 สิงหาคม พ.ศ.2543 จึงมีโอกาสพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคงในรูปแบบโฉนดชุมชน ที่ขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต) รวมทั้งการร่วมกันพัฒนาชุมชนด้วยกิจกรรมพัฒนาต่างๆ

          ชุมชนท่าสักก่อนมีการวางแผนพัฒนา สภาพพื้นที่จะเป็นป่าชายเลนเสื่อมโทรมสลับกับป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ถนนในชุมชนจะเป็นถนนลูกรังแคบๆ มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีทางเดินถาวรในชุมชน ระบบไฟฟ้า ต้องต่อพ่วงกันไม่มีระบบไฟฟ้าที่ถาวร ไม่มีระบบน้ำประปาต้องซื้อจากรถขายน้ำใส่ถังเก็บไว้ใช้ ส่วนการบำบัดน้ำเสีย จะมีการปล่อยน้ำทิ้งจากบ้านลงสู่ธรรมชาติ ไม่มีท่อระบายน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสียในชุมชน มีขยะบริเวณชายฝั่งและป่าชายเลนทั้งที่เกิดจากชาวชุมชนเองและไหลมากับน้ำเวลาน้ำขึ้นน้ำลง ส่วนการตั้งบ้านเรือจะเรียงรายไปตามถนนริมคลองและบริเวณริมทะเล

วางแผนพัฒนาก้าวสู่ความมั่นคง

          หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ ชุมชนท่าสักเข้าร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต ทำให้แกนนำชุมชนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ในการพัฒนาชุมชนมากขึ้น แล้วนำประสบการณ์มาพัฒนาชุมชนของตนเอง ตลอดจนการร่วมกันเรียกร้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่ดินในรูปแบบ “สิทธิร่วม” หรือโฉนดชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการอยู่อาศัยและความมั่นคงในที่ดิน เป็นต้น รวมทั้งการพัฒนาด้านอื่นๆ ตามมา โดยเริ่มจากการตั้งกลุ่มออมทรัพย์ให้เป็นกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่โครงการบ้านมั่นคงที่สนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. มีการระดมเงินออมทั้งเจ้าของบ้านและครอบครัวขยาย เก็บออมรายละ 50 บาทต่อเดือน และกำลังเตรียมการตั้งเป็นกองทุนหมู่บ้าน สำหรับเป็นสวัสดิการในการประกอบอาชีพ และเพื่ออุดหนุนเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในอนาคต

          กลุ่มออมทรัพย์ เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2550 สมาชิกเริ่มแรกเพียง 48 คน เงินออม 2,400 บาท จนกระทั่งปี พ.ศ.2551 มีสมาชิก 94 คน ทั้งสมาชิกที่เป็นเจ้าบ้านและลูกหลาน เด็กนักเรียน และมีจำนวนสมาชิกและเงินออมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบันกลุ่มออมทรัพย์ได้ยกระดับเป็น “กลุ่มวิสาหกิจประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บ้านท่าสัก – บ้านพารา” มีการต่อยอดกิจกรรม ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาอาชีพของชุมชน

รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          เนื่องจากชุมชนท่าสักส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นการบำรุง ดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลจึงเป็นภารกิจสำคัญ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญคือการทำบ้านปลา จากเครื่องมือประมงที่ไม่ใช้งานแล้ว เช่นการนำอวนมาทำบ้านปลา การปลูกป่าชายเลน พร้อมมีกฎระเบียบในการดูแลรักษา มีการเฝ้าระวังไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่ม ห้ามทิ้งขยะลงในทะเล การใช้อวนมาจับดักขยะในทะเลและที่ขาดไม่ได้คือการณรงค์ให้มีการใช้เครื่องมือประมงที่ถูกกฎหมาย กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ชาวชุมชนท่าสักมีคุณภาพชีวิตที่ดีเท่านั้น แต่เป็นการปูพื้นฐานสำคัญในการอยู่อาศัยอย่างมั่นคงในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” ที่กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นอีกด้วย

1553227954340.jpg

พัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงของรายได้

          ถึงแม้ว่าการทำประมงจะเป็นอาชีพหลัก แต่ความสมบูรณ์ทางทะเลเริ่มลดลง ส่งผลให้มีรายได้ที่ไม่แน่นอน ชาวท่าสักจึงได้รวมตัวกันทำวิสาหกิจชุมชนในหลากหลายรูปแบบโดยใช้กลุ่มออมทรัพย์เป็นฐาน เพื่อให้เกิดรายได้เสริมแก่ชุมชน เช่น กลุ่มผลิตเครื่องมือประมงที่ถูกกฎหมาย ผลิตกล้าไม้ กลุ่มแปรรูปอาหารจากสัตว์ทะเล เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้คือการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อย่างยั่งยืน

          นายชัยทวี พันธ์ทิพย์ เล่าอีกว่า ด้วยเหตุที่ท่าสักมีธรรมราชาติที่งดงามเชื่อมโยงจากเขา-สู่ทะเล มีความหลากหลาย “จากเขาพระแทวถึงโหนลูกไม้” จึงเกิดแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ขึ้น มีคำขวัญว่า “เช้าขึ้นควนเที่ยงลงเล” เป็นการท่องเที่ยวแบบ “สวนสัตว์น้ำฟาร์มทะเลชุมชน” ชมสันหลังมังกร ทั้งนี้ เราถือว่า แหล่งประมง ป่าชายเลน และวิถีชุมชน ล้วนเป็นแหล่องท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ทั้งสิ้น ปัจจุบันกลุ่มท่องเที่ยวของเราได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแล้ว (ปี พ.ศ.2562)

messageImage_1558686590545.jpg

เข้าสู่โครงการบ้านมั่นคง

1553227962179.jpg

          หลังจากมีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์และมีการร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น ชุมชนก็มีข้อตกลงการอยู่อาศัยร่วมกัน โดยสมาชิกจะต้องร่วมประชุมทุกวันที่ 11 ของเดือน ต้องไม่บุกรุกที่ดินเพิ่ม และต้องช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนและธรรมชาติรอบๆ ชุมชน

          สำหรับการก้าวสู่บ้านมั่นคงนั้น หลักจากได้มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ก็ได้มีการสำรวจข้อมูลและสภาพภายในชุมชน ทั้งด้านกายภาพและปัญหาที่มีอยู่ โดยได้รับการหนุนเสริมจากเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต ในการจัดทำข้อมูลครัวเรือน ผังชุมชนในเบื้องต้นและระบบการออมทรัพย์ หลังจากนั้นชุมชนต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เป็น 3 ประเภท คือ เพื่อที่อยู่อาศัย 17 ไร่ครึ่ง พื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ 7 ไร่ครึ่ง พื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลน 23 ไร่และทำเป็นรูปแบบโฉนดชุมชน โดยมีกติการ่วมกัน ห้ามบุกรุกเพิ่ม ห้ามทำลายระบบนิเวศน์และห้ามซื้อขายกับบุคคลภายนอก

          สำหรับในส่วนของพื้นที่ ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยนั้น หลักจากที่ได้ข้อมูลครัวเรือน ก็มีการออกแบบร่วมกับสถาปนิกชุมชนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยมีการออกแบบผังชุมชนให้สอดคล้องกับการอยู่อาศัย มีความเป็นระเบียบมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม เรียกว่า “ระบบกลุ่มย่อย” ซึ่งแต่ละกลุ่มย่อยมีสมาชิกไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ โดยกลุ่มที่ 6 มีอยู่ 39 ราย เป็นกลุ่มที่รองรับครอบครัวขยาย

          สำหรับระบบสาธารณูปโภคนั้น มีการทำถนนสายหลักในชุมชน ซึ่งเดิมเป็นหลุม เป็นบ่อ พัฒนาระบบไฟฟ้า ประปา ทางเดินเท้า ระบบบำบัดน้ำเสียและท่อระบายน้ำ การจัดทำศาลาอเนกประสงค์ และที่น่าสนใจก็คือ การปรับภูมิทัศน์ของแต่ละบ้าน โดยการปลูกพื้นสวนครัว ทำให้บ้านและชุมชนมีความร่มรื่นและน่าอยู่อีกทั้งมีพืชผักบริโภคช่วยลดรายจ่ายในครอบครัว ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงได้ดำเนินการในปี 2533 ทำให้ชาวท่าสักมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน

          การพัฒนาที่ท่าสัก จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในแง่ของการใช้เป้าหมายร่วม คือ ความมั่นคงในที่ดินและการอยู่อาศัยในสร้างความร่วมมือจากชาวบ้าน จนเกิด “จิตอาสาชุมชน” ที่เสียสละเวลามาพัฒนาชุมชนร่วมกัน ครอบคลุมทุกๆ ด้าน เป็นการพัฒนาต่างเอื้อและพึ่งพาต่อกันระหว่างคนกับคน ทั้งไทยพุทธและมุสลิม คนกับธรรมชาติ โดยมีภาคีพัฒนาต่างๆ เข้ามาหนุนเสริม

1553227955972.jpg

1553227959046.jpg

 นายสำราญ คงนาม ประธานสภาฯทต.ป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต เบอร์ติดต่อ 084-7464988

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter