ตามตำนานเล่าว่า “วังขนาย” เป็นชื่อของ “งาช้าง” ตัวหนึ่งที่ชาวบ้านพบตกอยู่ในหนองน้ำบริเวณด้านหลังโรงเรียนวัดวังขนาย ก่อนนั้นตำบลวังขนายเป็นป่ารวก ป่าไผ่ ติดไปจนถึงอำเภอทุ่งทอง มีช้างอยู่โขลงหนึ่ง หัวหน้าช้างเป็นตัวเมียมีงา เกิดการแย่งอาหารจึงต่อสู้กันจนช้างตัวเมียงาหลุดและตายในที่สุด คำว่า “วัง” หมายถึง “หนองน้ำ” “ขนาย” หมายถึง “งาช้างตัวเมีย” เป็นที่มาของชื่อตำบลวังขนายในปัจจุบัน
ตำบลแห่งนี้มีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน ด้วยสภาพพื้นที่อุดมสมบูรณ์และอยู่ไม่ไกลตัวเมือง จึงมีสิ่งปลูกสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาท สังคมเปลี่ยนจากชนบทเข้าสู่สังคมเมืองและสังคมอุตสาหกรรม ชาวบ้านตำบลวังขนายเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จากเดิมที่มีความเป็นอยู่แบบเอื้อเฟื้อ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร เช่น ปลูกอ้อย ข้าวโพด กล้วย ทำเกษตรแบบผสมผสานและเลี้ยงสัตว์ เมื่อสังคมเปลี่ยนไป เริ่มเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวทำมาหากินด้วยความเร่งรีบในการสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น
สร้างเงิน สร้างรายได้จาก เรื่องกล้วยๆ
ตำบลวังขนายมีการปลูกกล้วยกันมากทั้งในบริเวณบ้านและเรือกสวนไร่นา เป็นพืชที่ปลูกง่ายไม่ต้องบำรุงดูแลมากให้ผลผลิตได้ดี บ้างปลูกไว้รับประทาน บ้างปลูกไว้ขาย เกษตรอำเภอสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกกล้วยเพิ่มขึ้น ทำให้มีผลผลิตมาก จึงมีการแปรรูปกล้วย มีการรวมกลุ่มและพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนกลุ่มเกิดความเข้มแข็งและสามารถบริหารจัดการจนเป็นที่รู้จักของคนในตำบลและพื้นที่ใกล้เคียง
กลุ่มวิสาหกิจชุมชน “เต็มอิ่ม @ ริมน้ำ” มีสมาชิกทั้งหมด 25 คน ใช้บ้านของตนเอง เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรรม การแปรรูปกล้วยฉาบเป็นสินค้าที่สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกกลุ่ม นางศรีวรรณ แก่นรักษ์ ประธานกลุ่ม กล่าวเล่าให้ฟังว่า
“กล้วยฉาบของเรามีลักษณะพิเศษ ขั้นตอนการผลิตผ่านการอบไล่ความชื้น ทำให้กล้วยฉาบที่นี่มีความกรอบนอกนุ่มในและเก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นหืนอมน้ำมัน ลูกค้าที่รับประทานส่วนใหญ่ติดใจ และอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 700 - 800 ถุง ต่ออาทิตย์ หรือมากกว่านั้นถ้ามียอดสั่งเพิ่มเติม แหล่งขายสินค้าหลักๆ จัดส่งให้โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง ร้านของชำภายในชุมชน และร้านค้าของวัดวังขนาย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว บริษัท SCG สำนักงานใหญ่เขตบางซื่อ ด้านการบริหารจัดการรายได้ของกลุ่มแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ค่าแรงรายวันให้กับชาวบ้าน วันละ 300 บาทต่อคน ส่วนที่ 2 ปันผลให้กับสมาชิกอีกประมาณเดือนละ 2,000 บาทต่อปี ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง”

นอกเหนือจากการทำกล้วยฉาบแล้วยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกหลายกลุ่ม เช่น เบเกอรี่ เกษตรกรรายย่อย เย็บผ้า จักสาน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มต่างๆ ได้มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงได้รับการหนุนเสริมจากหน่วยงาน เช่น กองทุนไฟฟ้า บริษัท SCG กองทุนหมู่บ้านไทยนิยมยั่งยืน เป็นต้น
เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นสินค้าโอทอป
เครื่องจักสาน เป็นสินค้ากลุ่มโอทอปจากฝีมือของชาวบ้านที่นี่ เช่น ตะกร้า กระเป๋า เชือกถักงู ใช้ป้องกันนิ้วล็อค ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นำวัตถุดิบมาจากเชือกรัดกล่องกระดาษ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม มีการร่วมกลุ่ม OTOP จักสานตะกร้าจากเส้นพลาสติกเหลือใช้ บริษัทไทเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน) บริจาคให้กับกลุ่มโดยมีนางสราญรัตน์ คงใจ ผู้นำของกลุ่ม OTOP เป็นผู้ให้ความรู้
ปัจจุบันกลุ่มจักสานตำบลวังขนาย เริ่มเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นได้รับการประสานจากพัฒนาชุมชนให้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงานต่างๆ เช่น งานถนนคนเดินหน้าเมือง งานอนุสรณ์-ดอนเจดีย์ งานจำหน่ายสินค้าโอท็อปอำเภอท่าม่วง ฯ และประสานกับภาคเอกชนเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ มีสมาชิกของกลุ่มจักสาน ได้นำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม ได้จักสานเส้นพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของตลาดหรือผู้สั่งซื้อ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เดือนละ 3,000 บาท ถือเป็นการใช้เวลาว่างจากการทำอาชีพหลัก
สภาองค์กรชุมชน เป็นกลไกลในการผลักดันให้ชุมชนได้รับการหนุนเสริมจาก พอช. โครงการเมืองคุณภาพชีวิตตำบลวังขนาย โดยปราชญ์ชาวบ้านได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจักสานดั้งเดิม ประยุกต์กับวิทยาการใหม่ๆ ทำให้มีรูปแบบที่ความหลากหลาย สวยงามและผลิตจากวัสดุ (เส้นพลาสติก) มีความคงทน ประโยชน์ใช้สอยต่างกันออกไปตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ เป็นที่สนใจของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์



แพทย์แผนไทย : อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ให้คนในชุมชน
ตำบลวังขนาย มีปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาการใช้ยาสมุนไพรในการทำประคบหญิงหลังคลอด การใช้สมุนไพรอบไล่สารพิษในเลือดให้กับกลุ่มเกษตรกร มีนางสมศรี หอละเอียด เป็นหัวหน้า ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มนวดแผนไทย 8 คน ใช้สถานที่ รพ.สต.บ้านศาลเจ้าโพรงไม้ในการส่งเสริมให้มีการนวดแผนไทย ในแต่ละวันสมาชิกมีได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 500 บาทต่อราย
อนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
สภาองค์กรชุมชนตำบลวังขนายได้มีการอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีและวัฒนธรรม สร้างคุณค่ามีการสอนกลองยาวให้กับเยาวชนและผู้สูงอายุในชุมชน การขับร้องเพลงเหย่ย เพลงพื้บ้านของจังหวัดกาญจนบุรี โดยผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมาถ่ายทอดให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ในชุมชน ได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นถิ่นและร่วมกันสืบทอด สอนกันเองแบบพี่สอนน้อง จากกิจกรรมดังกล่าวส่งเสริมให้เยาวชนมีรายได้ 200 บาท/คน/งาน สร้างความอบอุ่นให้กับสถาบันครอบครัว เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์


จากการขับเคลื่อนงานของตำบลวังขนาย ทำให้ได้เรียนรู้การพัฒนาจากการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลวังขนายเป็นกลไกขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทำให้พื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองและจัดการตนเองได้ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ชุมชนมีรายได้เสริมจากการปลูกกล้วยซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต 3,000 บาทต่อเดือน การรวมกลุ่มสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ 4,000 บาทต่อครัวเรือน มีเงินปันผลให้กับสมาชิก 2,000 บาทต่อปี


การบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็ง ชุมชนได้อุปโภคบริโภคสินค้าราคาถูกและปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานและภาคีต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดงานเศรษฐกิจกับ 2 หน่วยงาน คือ บริษัท SCG, กองทุนไฟฟ้าเขต 5 และ รพ.สต.บ้านศาลเจ้าโพรงไม้ วัดวังขนาย กระทรวงวัฒนธรรม เทศบาลตำบลวังขนาย ชมรม รวมถึงสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนกลุ่มอาชีพทำให้เกิดแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจของตำบล
สภาองค์กรชุมชนและคณะทำงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น จึงทำให้เกิดการวางแผนพัฒนาตำบลอย่างต่อเนื่อง แผนงานสำคัญ คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับทีมโดยการพัฒนาศักยภาพทีมทำงาน การพัฒนาระบบเศรษฐกิจตำบลเชื่อมโยงสู่ภายนอก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ของกลุ่มเกษตรกร เน้นการประหยัดและสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน
นี่คือ บทเรียนที่ได้เรียนรู้และพัฒนาควบคู่ไป ระหว่างการพัฒนาอาชีพและการดำรงชีพตามวิถีชีวิตของคนในตำบลซึ่งมีสภาองค์กรชุมชนตำบลวังขนายเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงทั้งคนและหน่วยงานในการเป็นส่วนร่วมในการพัฒนา





