playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ตามตำนานเล่าว่า “วังขนาย” เป็นชื่อของ “งาช้าง” ตัวหนึ่งที่ชาวบ้านพบตกอยู่ในหนองน้ำบริเวณด้านหลังโรงเรียนวัดวังขนาย ก่อนนั้นตำบลวังขนายเป็นป่ารวก ป่าไผ่ ติดไปจนถึงอำเภอทุ่งทอง  มีช้างอยู่โขลงหนึ่ง หัวหน้าช้างเป็นตัวเมียมีงา เกิดการแย่งอาหารจึงต่อสู้กันจนช้างตัวเมียงาหลุดและตายในที่สุด คำว่า “วัง” หมายถึง “หนองน้ำ”  “ขนาย” หมายถึง “งาช้างตัวเมีย”  เป็นที่มาของชื่อตำบลวังขนายในปัจจุบัน  

         ตำบลแห่งนี้มีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน ด้วยสภาพพื้นที่อุดมสมบูรณ์และอยู่ไม่ไกลตัวเมือง จึงมีสิ่งปลูกสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาท  สังคมเปลี่ยนจากชนบทเข้าสู่สังคมเมืองและสังคมอุตสาหกรรม ชาวบ้านตำบลวังขนายเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จากเดิมที่มีความเป็นอยู่แบบเอื้อเฟื้อ  ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร เช่น ปลูกอ้อย ข้าวโพด กล้วย ทำเกษตรแบบผสมผสานและเลี้ยงสัตว์  เมื่อสังคมเปลี่ยนไป  เริ่มเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวทำมาหากินด้วยความเร่งรีบในการสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น

          สร้างเงิน สร้างรายได้จาก เรื่องกล้วยๆ

ตำบลวังขนายมีการปลูกกล้วยกันมากทั้งในบริเวณบ้านและเรือกสวนไร่นา  เป็นพืชที่ปลูกง่ายไม่ต้องบำรุงดูแลมากให้ผลผลิตได้ดี บ้างปลูกไว้รับประทาน บ้างปลูกไว้ขาย เกษตรอำเภอสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกกล้วยเพิ่มขึ้น ทำให้มีผลผลิตมาก  จึงมีการแปรรูปกล้วย มีการรวมกลุ่มและพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนกลุ่มเกิดความเข้มแข็งและสามารถบริหารจัดการจนเป็นที่รู้จักของคนในตำบลและพื้นที่ใกล้เคียง   

          กลุ่มวิสาหกิจชุมชน “เต็มอิ่ม @ ริมน้ำ” มีสมาชิกทั้งหมด 25 คน ใช้บ้านของตนเอง เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรรม การแปรรูปกล้วยฉาบเป็นสินค้าที่สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกกลุ่ม นางศรีวรรณ  แก่นรักษ์ ประธานกลุ่ม กล่าวเล่าให้ฟังว่า

“กล้วยฉาบของเรามีลักษณะพิเศษ ขั้นตอนการผลิตผ่านการอบไล่ความชื้น ทำให้กล้วยฉาบที่นี่มีความกรอบนอกนุ่มในและเก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นหืนอมน้ำมัน ลูกค้าที่รับประทานส่วนใหญ่ติดใจ และอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 700 - 800 ถุง ต่ออาทิตย์ หรือมากกว่านั้นถ้ามียอดสั่งเพิ่มเติม แหล่งขายสินค้าหลักๆ จัดส่งให้โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง  ร้านของชำภายในชุมชน และร้านค้าของวัดวังขนาย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว บริษัท  SCG สำนักงานใหญ่เขตบางซื่อ ด้านการบริหารจัดการรายได้ของกลุ่มแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ค่าแรงรายวันให้กับชาวบ้าน วันละ 300 บาทต่อคน ส่วนที่ 2 ปันผลให้กับสมาชิกอีกประมาณเดือนละ 2,000 บาทต่อปี ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง” 

wangkanai1

         นอกเหนือจากการทำกล้วยฉาบแล้วยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกหลายกลุ่ม เช่น เบเกอรี่ เกษตรกรรายย่อย เย็บผ้า จักสาน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มต่างๆ ได้มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงได้รับการหนุนเสริมจากหน่วยงาน เช่น กองทุนไฟฟ้า บริษัท SCG กองทุนหมู่บ้านไทยนิยมยั่งยืน เป็นต้น

เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นสินค้าโอทอป 

เครื่องจักสาน เป็นสินค้ากลุ่มโอทอปจากฝีมือของชาวบ้านที่นี่ เช่น ตะกร้า กระเป๋า เชือกถักงู ใช้ป้องกันนิ้วล็อค ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นำวัตถุดิบมาจากเชือกรัดกล่องกระดาษ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม  มีการร่วมกลุ่ม OTOP จักสานตะกร้าจากเส้นพลาสติกเหลือใช้ บริษัทไทเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน) บริจาคให้กับกลุ่มโดยมีนางสราญรัตน์  คงใจ ผู้นำของกลุ่ม OTOP เป็นผู้ให้ความรู้

ปัจจุบันกลุ่มจักสานตำบลวังขนาย เริ่มเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นได้รับการประสานจากพัฒนาชุมชนให้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงานต่างๆ  เช่น งานถนนคนเดินหน้าเมือง งานอนุสรณ์-ดอนเจดีย์ งานจำหน่ายสินค้าโอท็อปอำเภอท่าม่วง ฯ และประสานกับภาคเอกชนเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอีกทางหนึ่ง  ทั้งนี้ มีสมาชิกของกลุ่มจักสาน ได้นำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม  ได้จักสานเส้นพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของตลาดหรือผู้สั่งซื้อ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เดือนละ 3,000 บาท   ถือเป็นการใช้เวลาว่างจากการทำอาชีพหลัก

            สภาองค์กรชุมชน เป็นกลไกลในการผลักดันให้ชุมชนได้รับการหนุนเสริมจาก พอช. โครงการเมืองคุณภาพชีวิตตำบลวังขนาย โดยปราชญ์ชาวบ้านได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจักสานดั้งเดิม ประยุกต์กับวิทยาการใหม่ๆ ทำให้มีรูปแบบที่ความหลากหลาย สวยงามและผลิตจากวัสดุ (เส้นพลาสติก) มีความคงทน ประโยชน์ใช้สอยต่างกันออกไปตามรูปแบบผลิตภัณฑ์   เป็นที่สนใจของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์


wangkanai2.jpgwangkanai3.jpgwangkanai4.jpg

แพทย์แผนไทย : อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ให้คนในชุมชน

ตำบลวังขนาย มีปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาการใช้ยาสมุนไพรในการทำประคบหญิงหลังคลอด  การใช้สมุนไพรอบไล่สารพิษในเลือดให้กับกลุ่มเกษตรกร  มีนางสมศรี        หอละเอียด เป็นหัวหน้า ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มนวดแผนไทย 8 คน ใช้สถานที่ รพ.สต.บ้านศาลเจ้าโพรงไม้ในการส่งเสริมให้มีการนวดแผนไทย  ในแต่ละวันสมาชิกมีได้ไม่ต่ำกว่าวันละ  500 บาทต่อราย

อนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

สภาองค์กรชุมชนตำบลวังขนายได้มีการอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีและวัฒนธรรม  สร้างคุณค่ามีการสอนกลองยาวให้กับเยาวชนและผู้สูงอายุในชุมชน การขับร้องเพลงเหย่ย เพลงพื้บ้านของจังหวัดกาญจนบุรี  โดยผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมาถ่ายทอดให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ในชุมชน    ได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นถิ่นและร่วมกันสืบทอด สอนกันเองแบบพี่สอนน้อง จากกิจกรรมดังกล่าวส่งเสริมให้เยาวชนมีรายได้ 200 บาท/คน/งาน  สร้างความอบอุ่นให้กับสถาบันครอบครัว เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

wangkanai5.jpgwangkanai6.jpg

จากการขับเคลื่อนงานของตำบลวังขนาย ทำให้ได้เรียนรู้การพัฒนาจากการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลวังขนายเป็นกลไกขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ทำให้พื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองและจัดการตนเองได้  การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน  ชุมชนมีรายได้เสริมจากการปลูกกล้วยซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต 3,000 บาทต่อเดือน การรวมกลุ่มสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ 4,000 บาทต่อครัวเรือน มีเงินปันผลให้กับสมาชิก 2,000 บาทต่อปี

wangkanai7.jpgwangkanai8.jpg

          การบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็ง ชุมชนได้อุปโภคบริโภคสินค้าราคาถูกและปลอดภัย สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานและภาคีต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดงานเศรษฐกิจกับ 2 หน่วยงาน คือ บริษัท SCG, กองทุนไฟฟ้าเขต 5  และ รพ.สต.บ้านศาลเจ้าโพรงไม้ วัดวังขนาย กระทรวงวัฒนธรรม เทศบาลตำบลวังขนาย ชมรม รวมถึงสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนกลุ่มอาชีพทำให้เกิดแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจของตำบล

สภาองค์กรชุมชนและคณะทำงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น จึงทำให้เกิดการวางแผนพัฒนาตำบลอย่างต่อเนื่อง  แผนงานสำคัญ คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับทีมโดยการพัฒนาศักยภาพทีมทำงาน การพัฒนาระบบเศรษฐกิจตำบลเชื่อมโยงสู่ภายนอก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ของกลุ่มเกษตรกร เน้นการประหยัดและสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน 

นี่คือ บทเรียนที่ได้เรียนรู้และพัฒนาควบคู่ไป ระหว่างการพัฒนาอาชีพและการดำรงชีพตามวิถีชีวิตของคนในตำบลซึ่งมีสภาองค์กรชุมชนตำบลวังขนายเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงทั้งคนและหน่วยงานในการเป็นส่วนร่วมในการพัฒนา

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter