playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร คือ ต้นทุนที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ ท่ามกลางกระแสการพัฒนาที่มุ่งการสร้างรายได้เป็นสำคัญ ทำให้เกิดการทำลายทรัพยากรกันอย่างรวดเร็ว และการบุกรุกเข้ามาของพืชเศรษฐกิจที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทรัพยากรที่มีค่าของท้องถิ่นค่อยๆ สูญหายไป  สวนทางกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ที่ควรให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          ไผ่ เรียกได้ว่าเป็นพืชอเนกประสงค์ และสารพัดประโยชน์ เนื่องจากส่วนต่างๆ ของไผ่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน หน่อ นำมาประกอบอาหาร แปรรูปดองเค็ม ลำต้นสามารถใช้ในการก่อสร้าง เช่น ทำนั่งร้าน เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ ใบใช้ห่อขนม ทำหมวก ทำหลังคา กิ่งแขนงเป็นส่วนขยายพันธุ์ จากประโยชน์ต่างๆ ของไผ่ แสดงถึงศักยภาพของความเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชนได้เป็นอย่างดี 

อยู่ติดป่าแต่ต้องซื้อหน่อไม้กิน

ตำบลยางน้ำกลัดใต้ อยู่ในอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่ราบสูงสลับภูเขา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้เบญจพันธุ์ ไม้ไผ่ ต้นน้ำลำธาร มีแหล่งน้ำธรรมชาติ คือ ลำห้วยแม่ประจันต์ ซึ่งเป็นลำห้วยขนาดใหญ่และมีลำห้วยน้อยใหญ่อีกจำนวนมาก เช่น ห้วยหินเพิง ห้วยสาลิกา และห้วยกวางโจน เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ไหลลงสู่ลำห้วยแม่ประจันต์ก่อนจะไหลไปยังเขื่อนแก่งกระจานในที่สุด

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 ไผ่ได้เริ่มลดน้อยลง เป็นผลมาจากการขยายการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดต่างๆ เช่น ถั่ว แตง มะเขือ ข้าวโพด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่มีปริมาณมากแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี   ทำให้เกิดการแผ้วถางป่าไผ่เป็นจำนวนมากเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก ในขณะที่การดำรงชีพยังต้องพึ่งพิงอาศัยไผ่  ทั้งหน่อไม้ที่ใช้ในการประกอบเป็นอาหาร นำไปขายเป็นอาชีพ ไม้ไผ่นำไปสร้างที่อยู่อาศัย ใช้ในการทำการเกษตร ใช้ไผ่เป็นหลักเลี้ยงหอยแมลงภู่ ค้ำกิ่งมะนาว ทำเป็นค้างถั่วฝักยาว ที่นั่งร้านสวนชมพู่ รวมถึงนายทุนที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ จนทำให้ไผ่ลดน้อยลงไม่สามารถแตกหน่อได้ทันกับความต้องการของชาวบ้านที่มีอยู่ทุกวัน สุดท้ายชาวบ้านตำบลยางน้ำกลัดใต้ ต้องไปซื้อหน่อไม้จากที่อื่นมาใช้ในการประกอบอาหาร เริ่มมีความคิดว่า “ทำไมคนอยู่ติดป่าที่เคยมีไผ่อุดมสมบูรณ์ แต่วันนี้ต้องซื้อหน่อไผ่จากที่อื่นมากิน”

เริ่มปลูกป่าในบ้าน สร้างฐานเศรษฐกิจในชุมชน

เมื่อพบกับวิกฤตชีวิตต้องหาทางออก ในปี พ.ศ. 2554 นายทองสุข คนชม ได้รวบรวมกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นในทางเดียวกันได้ 5 คน ประสานกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี  สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดเพชรบุรี ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการประสานการทำงานร่วมกับพื้นที่ ขอพันธุ์กล้าไม้เพื่อมาดำเนินโครงการปลูกป่าในบ้าน ได้รับคำแนะนำให้ปลูกไผ่พันธุ์ขอนแก่น เนื่องจากสภาพความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ตำบลยางน้ำกลัดใต้ และได้หน่อไม้ที่อร่อย “จากการประสานงานได้กล้าไผ่ขอนแก่นมาจำนวน 2,000 กิ่ง แบ่งกัน 5 คนนำไปปลูกที่ไร่ของแต่ละคน ไร่ละ 400 ต้น ผ่านไป 8 เดือน เริ่มหักหน่อไปขาย 1 ไร่เก็บหน่อขายได้ประมาณ 30 กิโลกรัมๆ ละ 30 บาทต่อวัน ทำให้มีรายได้ 900 บาทต่อไร่ต่อวัน ทางกลุ่มจึงได้เห็นว่าไผ่เหมาะที่จะนำมาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชนได้ จึงเริ่มหาพันธุ์ไผ่อื่นๆ มาลงด้วย ทั้งไผ่กิมซุง ไผ่รวก”  

yangtai

ในปีแรกการดำเนินการของกลุ่มเริ่มมีรายได้เป็นรูปธรรม จึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวบ้านคนอื่นๆ ในพื้นที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยชี้ให้เห็นว่าการปลูกไผ่เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการประกอบอาชีพ สามารถนำรายได้มาเลี้ยงครอบครัว หน่อไม้  นำมาประกอบอาหารในครัวเรือน ช่วยลดรายจ่ายในการประกอบอาชีพเกษตร เช่น การเอาลำไผ่รวกมาใช้เป็นค้างพืชผักต่างๆ  ค้ำต้นมะนาว เป็นไม้หลักให้ต้นถั่ว พอเหลือก็ขายในหมู่บ้านในตำบล

จากการปลูกไผ่ในช่วงที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกเดือนละหลายพันบาท มีสมาชิกบางคนมีรายได้พอส่งลูกหลานเรียนหนังสือได้ เป็นรายได้เสริมในอาชีพทำการเกษตร  ทำให้เกิดการขยายผลสู่คนอื่นๆ ในตำบลทั้ง 7 หมู่บ้าน จนในปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มจำนวน 21 คน มีพื้นที่ดำเนินการประมาณ 50–60 ไร่ 

สมาชิกในกลุ่มพบว่า การปลูกไผ่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการปลูกพืชชนิดอื่น แต่ในการปลูกต้องเลือกกิ่งพันธุ์ให้เป็น กิ่งพันธุ์ที่ดีต้องมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะอาจเจอกิ่งที่กำลังจะหมดอายุ ตายขุย ทำให้ปลูกได้ไม่กี่ปี นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการปลูกไผ่เป็นอาชีพ ทำให้มีความรู้ และสามารถนำไปขยายผลกับชาวบ้านคนอื่นๆ ในตำบล เกิดการปรับเปลี่ยนอาชีพมาปลูกไผ่กันมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญในการขยายผลคือการทดลองปฏิบัติด้วยตัวเองจนเห็นผลแล้วจึงนำไปขยายต่อ ทำให้ได้รับความเชื่อถือ

สร้างการก่อเกิด เรียนรู้เทคนิคและขยายผล

การทำงานของกลุ่มเป็นรูปแบบของการร่วมกันคิด แล้วแยกกันทำ แยกกันปลูก แยกกันขาย ตั้งแต่เริ่มมีการเพาะปลูกไม้ไผ่ ในกลุ่มสมาชิกจะมีการประชุมพูดคุยหารือแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิควิธีการปลูกไผ่อย่างต่อเนื่องและขยายผลให้คนในชุมชนได้รู้โดยผ่านเวทีสภาองค์กรชุมชน ในขณะเดียวกันมีการประชาสัมพันธ์เพื่อขยายกลุ่มสมาชิกออกไปให้กว้างขวางขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นอีกช่องทางในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต สร้างเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนของตำบลยางน้ำกลัดใต้ เกิดจากการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในชีวิต เริ่มจารกการซื้อหน่อไม้มาเป็นอาหารอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ เมื่อนำไปสู่การพัฒนา สามารถสร้างรายได้ ดูแลชีวิต ความเป็นอยู่ให้กับคนในชุมชน เหนือสิ่งอื่นใดเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิด ส่งผลต่อวิธีปฏิบัติที่สอดคล้องกับความมั่นคงทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

ผู้ประสานงาน นายทองสุข  คนชม  โทร. 061 6192 966

ผู้เรียบเรียง นางสาวพัชราภรณ์  อยู่ยืน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter