ตำบลคลองวัว ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร เดิมพื้นที่ของหมู่บ้านเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนา จากคำบอกเล่าสันนิษฐานได้ว่า มีการอพยพเข้ามาของชาวบ้าน และได้ประกอบอาชีพการเกษตร ชาวบ้านได้เลี้ยงวัวควายเพื่อใช้ในการทำไร่ ไถนา จากที่ชาวบ้านได้นำวัว ควาย ออกทำไร่ไถนาอยู่เป็นประจำ จึงทำให้ทางเดินได้เกิดทรุดตัวเป็นร่องรางน้ำ เวลาฝนตกน้ำจะท่วมขัง ดูเหมือนลำคลอง ภายหลัง ชาวบ้านได้นำลักษณะของทำเลที่ตั้งของพื้นที่ซึ่งมีร่องทางเดินของวัว ควาย ที่ปรากฏอยู่ทั่วไปมาตั้งเป็นชื่อตำบลว่า "คลองวัว" มาจนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการตั้งชื่อจากหน่วยงานทางราชการมาประมาณ 100 ปีเศษ
ตำบลคลองวัวมี 5 หมู่บ้าน เรียงตามลำดับ ได้แก่ บ้านบางตาแผ่น บ้านบางต้นทอง บ้านท่ามอญ บ้านสวนมะม่วง และบ้านคลองวัว รวม 667 ครัวเรือน จำนวนประชากร 1,772 คน อาชีพส่วนใหญ่ทำนา และประกอบอาชีพทางเกษตร คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด
เปลี่ยนวัชพืช สร้างเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่น เริ่มดำเนินการปี 2534 โดยนางปราณี จันทวร ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี ของหมู่บ้านบางตาแผ่นหมู่ที่ 1 เริ่มต้นจัดตั้ง “กลุ่มอาชีพจักสานไม้ไผ่” ได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านงานหัตถกรรมเครื่องจักสานไม้ไผ่จากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้หวายเป็นวัตถุดิบเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า
ภายหลังไม้ไผ่ เริ่มขาดแคลนและมีราคาสูง ประกอบกับชุมชนประสบปัญหาผักตบชวากีดขวางทางน้ำ ทำให้มีแนวคิดนำผักตบชวาอันเป็นวัชพืชที่ให้เส้นใยมาแปรสภาพเพื่อจักสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้ เริ่มแรกนำสมาชิกจำนวน 14 คน ศึกษาดูงานวิธีการผลิต ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิม ผลิตสิ่งของเครื่องใช้จากผักตบชวา อาทิ กระเป๋า ตะกร้า ได้คุณภาพใกล้เคียงกับไม้ไผ่และหวาย มีผู้สนใจซื้อหาไว้ใช้เป็นจำนวนมาก ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเครื่องจักสานผักตบชวาแทน
การดำเนินงานมุ่งประโยชน์ต่อสมาชิกกลุ่มและชุมชน มีการระดมหุ้นเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ รู้จักเสียสละ และสร้างวินัยการเงินให้กับสมาชิก โดยให้สมาชิกออมเงินกับกลุ่มฯ มีการจัดสรรรายได้แก่สมาชิกอย่างเป็นธรรม เพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในกลุ่มอาชีพ ทุนการศึกษา ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ในชุมชน
จากผักตบชวาสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในชุมชน ปี 2536 นางปราณี จันทวร ประธานและคณะกรรมการกลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่น ได้มีแนวคิดที่จะนำผลกำไรจากกลุ่มจักสานฯ มาจัดเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกในกลุ่มอาชีพ ทุนการศึกษา ขยายไปยังผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ เด็ก สตรี และผู้สูงอายุ และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ในชุมชน
เมื่อปี 2549 เกิดเหตุอุทกภัยตำบลคลองวัว ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไร่นา สวน และทรัพย์สินเสียหาย ประชาชนในตำบลต่างรอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่มีกองทุนของตำบลในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จึงเห็นความสำคัญในการมีกองทุนของชุมชน
ปี 2550 ได้ใช้เวทีประชาคมแบบมีส่วนร่วมของผู้นำในตำบล สมาชิกกลุ่ม และประชาชน ร่วมกันบริหารจัดการและรับผลประโยชน์ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองวัว แรกเริ่มมีสมาชิก จำนวน 45 ราย เงินกองทุนแรกตั้ง จำนวน 20,000 บาท มาจากการร่วมสมทบของสมาชิกในรูปแบบที่กองทุนแต่ละแห่งกำหนดขึ้นมา เช่น การออมสัจจะวันละบาท รายได้หรือผลกำไรจากกลุ่มออมทรัพย์ เงินสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน กองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนเข้ามาสมทบ
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองวัว มุ่งหวังให้เป็นศูนย์การเรียนรู้การจัดสวัสดิการเพื่อสามารถถ่ายทอดแนวคิดการดูแลซึ่งกันและกัน ขยายผลกับตำบลข้างเคียงซึ่งสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดอ่างทอง ที่จะขยายผลการจัดสวัสดิการชุมชนให้ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดภายในปี พ.ศ. 2560
เป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามแนวคิด “การให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน รวมถึงการแก้ไขปัญหา และจัดสวัสดิการของชุมชนตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกทั้งเพื่อช่วยเหลือและดูแลกันเองในชุมชนกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ให้เกิดการบรรเทาทุกข์
ที่มาของเงินกองทุนสวัสดิการ กองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดขึ้นจากชุมชนมาร่วมกันคิดร่วมกันบริหารจัดการและร่วมกันรับผลประโยชน์ ดังนั้นเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงได้มาจากการร่วมสมทบของสมาชิกในรูปแบบที่กองทุนแต่ละแหล่งกำหนดขึ้นมา เช่น การออมสัจจะวันละบาท การนำรายได้หรือผลกำไรจากกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนเข้ามาสมทบ เงินสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน
การจัดสวัสดิการ สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน จะได้รับสวัสดิการตามที่หลักเกณฑ์ กติกาที่สมาชิกร่วมกันกำหนด โดยมีคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการฯเป็นผู้บริหาร จะพิจารณาให้การช่วยเหลือตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย ที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองวัว ได้มี การจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก แล้ว 10 ประเภท ดังนี้ สวัสดิการเกี่ยวกับเด็กแรกเกิด/คลอดบุตร สวัสดิการเกี่ยวกับการเจ็บป่วย/รักษาพยาบาล สวัสดิการผู้สูงอายุ สวัสดิการอาหารกลางวัน/ทุนการศึกษา สวัสดิการผู้สูงอายุ สวัสดิการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ สวัสดิการคนด้อยโอกาส/พิการ สวัสดิการเพื่อพัฒนาอาชีพ สวัสดิการด้านเสียชีวิต สมทบโครงการบ้านพอเพียงชนบท

นอกจากนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชนยังสามารถเผื่อแผ่ให้สวัสดิการแก่ผู้ถูกทอดทิ้ง ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนที่ไม่มีความสามารถที่จะเป็นสมาชิกกองทุนได้ด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน ด้วยความเอื้ออาทร เสียสละ เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน
การบริหารจัดการ มีการคัดเลือกคณะกรรมการโดยการเชิญผู้นำทั้ง 5 หมู่บ้านและประชาชนที่มีใจจะเข้าร่วมทำงานด้วยความเสียสละเพื่อชุมชนเข้าร่วมเวทีประชาคมคัดเลือกคณะกรรมการตัวแทนแต่ละหมู่บ้านคณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี เพื่อบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองวัว มีการแบ่งบทบาทหน้าที่การทำงาน โดยคณะกรรมการแต่ละหมู่บ้านจะดูแลสมาชิกของตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆของชุมชนตามการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกกลุ่ม เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ตั้งแต่เกิดแก่ เจ็บ จนกระทั่งเสียชีวิต เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ โดยมีเจ้าอาวาสวัดโคศุภราช ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโคศุภราช เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองวัว เป็นที่ปรึกษา
การดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า สภาพสังคมปัจจุบันที่แข่งขันทำมาหากิน ต่างคนต่างอยู่ ประชาชนยึดติดกับการเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากกว่าเป็นผู้ให้แก่ชุมชน มีบางส่วนยังไม่เข้าใจในเรื่องการจัดสวัสดิการของชุมชน และขาดการประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญและประโยชน์จากการจัดสวัสดิการชุมชน การเมืองท้องถิ่น มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ทำให้เกิดความหวาดระแวง และเป็นอุปสรรคในการทำงานของชุมชน และงบประมาณยังไม่เพียงพอในการจัดสวัสดิการหลายด้าน ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
จากปัญหาดังกล่าว นำมาสู่การหาแนวทางในการแก้ไขร่วมกัน เช่น ให้ความรู้แก่ประชาชนในการจัดสวัสดิการในชุมชนและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการอยู่ร่วมกันและการดูแลกันเองของคนในชุมชนให้มากยิ่งขึ้น, การจัดสวัสดิการชุมชนตำบลให้เกิดการขยายกิจกรรมในตำบลสู่การพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ เช่น ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้านการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง, จัดทำแผนขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐ อบต. และเอกชน และการหาสมาชิกและบูรณาการเชื่อมโยงกองทุนภายในชุมชนต่างๆ เพื่อนำผลกำไรมาจัดสวัสดิการร่วมกันให้มากยิ่งขึ้น
ปัจจัยความสำเร็จ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมถึงเกิดความรู้รักสามัคคี มีความเห็นอกเห็นใจ รู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน ในการดูแลกันเองของชุมชน สามารถบรรเทาทุกข์ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และช่วยเหลือกันเองภายในชุมชนได้อย่างทันท่วงที ก่อนได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
"เศรษฐกิจชุมชนคนคลองวัวสู่การจัดสวัสดิการชุมชน อย่างยั่งยืน" กลุ่มจักสาน ถัก ผักตบชวา สู่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล โดยการสร้างความเข้าใจของผู้นำคนเก่ง หญิงแกร่ง ป้าปราณี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ผู้มองการณ์ไกล ขยายสมาชิก ด้วยการบอกต่อ และในทุกๆ วงประชุมของกลุ่มอื่นๆ ในตำบล เช่น กลุ่มสานพลาสติก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปของใช้ในครัวเรือน กลุ่มไร่นาสวนผสม และกองทุนหมู่บ้าน จะนำเรื่องสวัสดิการชุมชนตำบลไปสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีสมาชิก 261 คน เพิ่มขึ้นกว่า 200 คน มีเงินกองทุนรวม สะสมถึงปัจจุบัน รวม 1,011,111.22 บาท ได้มีการจัดสวัสดิการดูแลช่วยแหลือสมาชิกในด้านต่างๆ เป็นจำนวนเงิน 770,433 บาท
แม้วันนี้การดูแลกันเองในตำบล เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุนการศึกษา ภัยพิบัติ จะยังมีเงินจำนวนไม่มาก หากสร้างความภาคภูมิใจ ความปลื้มปิติ ที่ชุมชนได้ช่วยเหลือกันเองด้วยใจที่เป็นกุศล
"เงินกองทุนสวัสดิการที่มากพอ กับการดูแลกันให้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างยั่งยืน" คือเป้าหมายที่คนคลองวัวได้ตั้งไว้ จึงได้ร่างรูปแบบของการเพิ่มเงินกองทุนในอนาคตด้วย การขยายสมาชิกเพิ่ม ผ้าป่ากองบุญ หรืองานบุญประเพณีสวัสดิการ ให้สมกับคำว่า “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”
ข้อมูล/เรียบเรียง : วรรณอนงค์ อินทร์สนอง
ตำบลคลองวัว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง





