ตำบลท่าพระยา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เดิมชื่อตำบลบ้านกวย เนื่องจากประชากรดั้งเดิมของตำบลท่าพระยานั้น เป็นชาวภาคอีสาน ซึ่งนำโดยนายกวย ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณแห่งนี้ เห็นว่าเป็นที่ราบลุ่ม มีป่าอุดมสมบูรณ์ และต่อมานายกวยได้กลายเป็นบุคคลสำคัญของชุมชน เพราะเป็นผู้มีความรู้เป็นหมอกลางบ้านและได้การรักษาโรคต่างๆ แก่คนในหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือ และพร้อมใจกันเรียกชื่อท้องถิ่นแห่งนี้ว่า "ตำบลบ้านกวย"
ต่อมาทางราชการเห็นว่า จากสภาพเดิมทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของตำบลซึ่งเดิมตั้งอยู่ชายทะเล มีอ่าวใหญ่เรียกว่า "อ่าวท่าพระยา" และมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้นั่งเรือมาขึ้นที่อ่าวท่าพระยานี้ เพื่อสร้างพลับพลาและเพนียดคล้องช้าง ทางราชการจึงเห็นสมควรเปลี่ยนชื่อของตำบลให้เหมาะสมกับสภาพทางภูมิศาสตร์และความเป็นมา โดยเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลท่าพระยาจนถึงปัจจุบัน และจากประวัติความเป็นมาที่มีเจ้าพระยานั่งเรือมาขึ้นบกที่อ่าวท่าพระยา ณ บ้านท่าพระยานี้ได้กลายเป็นตราสัญลักษณ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยาในปัจจุบัน
จากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในตำบลท่าพระยาที่มีหลายด้าน คือ ด้านสังคม เศรษฐกิจ เกษตร และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้นำในตำบล ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนท้องถิ่น ผู้แทนชุมชน และสภาองค์กรชุมชน มีความเห็นพ้องร่วมกันว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบกับประชาชนตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงระดับชาติจำเป็นต้องหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน
ในปี 2560 สภาองค์กรชุมชนจึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา และโรงพยาบาลส่งเสริงสุขภาพตำบลท่าพระยา จัดการอบรมให้ความรู้ในเรื่องอัตรายจากขยะ การคัดแยกขยะ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด จำนวน 50 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละหมู่บ้าน การดำเนินการเป็นไปด้วยดี เริ่มจากผู้สูงอายุ เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในบ้าน ทำให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปอบรม ขยายผลในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี และได้ทำประโยชน์แก่สังคม
มีการรณรงค์การคัดแยกขยะ โดย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ให้ความรู้กับชาวบ้าน ขยายความรู้ต่อให้กับเพื่อนบ้าน และคอยกระตุ้นเตือน ทั้งนี้มีการติดตาม กำกับดูแล และพูดคุยประเมินผลโดยทีมงาน แกนนำหมู่บ้าน และ อสม.ประจำหมู่บ้าน
นางสุมาลี เหลืองดำรง แกนนำสภาองค์กรชุมชนกล่าว เล่าว่า ตนเองได้รับความรู้จากการฝึกอบรม โดยวิทยากรได้มาให้ความรู้เรื่องภัยของขยะ โดยเฉพาะขยะสารเคมี ที่มีอันตรายต่อร่างกาย ต้องคัดแยกขยะให้ถูกวิธี ถูกประเภท ขยะบางจำพวก นำไปทิ้งตามถังที่ อบต.จัดให้ ถังสีแดง หมายถึง ขยะมีพิษ อบต.จะจัดไว้ให้ 6 จุด กระจายครอบคลุมทั่วทั้งตำบล
มีการประชาสัมพันธ์รณรงค์ทิ้งให้ถูกที่ ขยะอื่นๆ อบต.จะจัดให้ไว้ในครัวเรือน เช่น ถังสีเขียวขยะแห้ง ถังสีเหลืองเป็นขยะรีไซเคิล ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ค่อยทิ้ง เพราะรู้ว่าสามารถนำกลับมาใช้หรือขายได้ ขยะบางจำพวกที่นำไปขาย เช่น พลาสติก ขวด กระดาษ ฯลฯ ตนเองได้รวบรวมประมาณเดือนกว่าๆ หรือ 2 เดือน จึงนำมาขาย ซึ่งขายได้ครั้งละประมาณ 100 - 300 บาท
ความรู้ที่นำมาใช้ที่บ้านคือ การทิ้งขยะสด เศษอาหาร ขยะเปียก ขุดหลุมฝังกลบขยะ วิธีการคือ ขุดหลุมในบริเวณบ้าน เลือกจุดที่ห่างไกลจากตัวบ้านเพื่อป้องกันกลิ่น หากระป๋องพลาสติกที่มีฝาวางในหลุม ก้นหลุมต้องขุดให้ลึกกว่าก้นกระป๋อง จากนั้นเจาะรูกระป๋องเพื่อให้ของเหลวสามารถซึมผ่านลงไปก้นหลุมได้ นำขยะเปียก เศษอาหารไปทิ้งในหลุมนี้ ปิดฝาป้องกันแมลงพาหนะนำโรค ส่วนที่เป็นน้ำจะซึมลงไปเป็นปุ๋ยในดิน เศษอาหารสามารถนำไปหมักทำปุ๋ย หรือฝังกลบเป็นปุ๋ยต่อไป นอกจากจะทำให้บ้านสะอาดและไม่เป็นแหล่งเพราะพันธุ์เชื้อโรคแล้ว ยังนำไปเชื่อมต่อกับกิจกรรมการทำปุ๋ยหมัก ใช้รดพืชผักสวนครัวที่ได้ปลูกไว้ในบริเวณบ้านอีกด้วย
ตนเองไม่ได้ทำเพียงครัวเรือนเดียว ผู้เข้าอบรมจะทำเหมือนกันทั้งหมด โดยเฉพาะผู้นำชุมชน อสม. มีการถ่ายทอดให้ทุกครัวเรือนในแต่ละหมู่บ้านทำเหมือนกัน ใครทำไม่เป็นก็มาช่วยสอน ทดลองทำกันสนุกสนาน ที่สำคัญผู้สูงอายุมีกิจกรรมร่วมกับลูกหลาน ทำให้ลดเรื่องของภาวะซึมเศร้าในผู้สูงวัย สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัยในการทำตนให้เป็นประโยชน์
การทำงานร่วมกันระหว่างสภาองค์กรชุมชน แกนนำชุมชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระยา และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าพระยา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในตำบลคือ 1) ปริมาณขยะในพื้นที่สาธารณะลดลงอย่างเห็นได้ชัด 2) เกิดกิจกรรมการคัดแยกขยะภายในครัวเรือน ทำให้ปริมาณขยะในแต่ละบ้านลดลง ลดการเผาทำลายขยะซึ่งเป็นต้นเหตุของการสร้างมลพิษทางอากาศ การคัดแยกขยะยังสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนประมาณ 300 – 500 บาทต่อเดือน 3) อบต.สามารถประหยัดงบประมาณจากค่าใช้จ่ายในส่วนของรถขนขยะและแรงงานได้ถึง 5,000 – 8,000 บาทต่อเดือน 4) สภาพแวดล้อมภายในตำบลดี เกิดสุขภาวะที่ดีในครัวเรือน ลดแหล่งสะสมเชื้อโรคอันเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วย 5) เกิดการเชื่อมโยงการทำงานร่วมระหว่างชุมชนและภาคีภาครัฐ 6) เกิดรูปธรรมการแก้ไขปัญหาร่วมของชุมชนซึ่งจะนำไปเป็นบทเรียนในครั้งต่อไป
ภาพก่อนและหลังดำเนินการ “การจัดการขยะ ”





เรียบเรียงโดย : กัญจนา เวชอินทร์
โทร. 089-0403148





