กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพธิ์พระยาร่วมใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อเกิดขึ้นในปี 2550 จากกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจ มีกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มดอกไม้ กลุ่มลิเก ฯลฯ โดย อ.วิโรจน์ ขวัญแพ ประธานกรรมการชุมชนมาเป็นแกนหลัก เมื่อปี 2542 สุขาภิบาลโพธิ์พระยาได้รับการเปลี่ยนฐานะมาเป็นเทศบาล ช่วงแรกประสบปัญหาที่คณะกรรมการชุมชนยังขาดความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตน และกระบวนการเชื่อมโยงงานระหว่างเทศบาลกับชุมชนเป็นไปอย่างหลวมๆ
ในปี 2548 คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา จึงจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อจัดทำแผนแม่บทพัฒนาเมืองน่าอยู่ชุมชนน่าอยู่ ตามนโยบายเมืองไทยแข็งแรง (Healthy Thailand) และได้ร่วมกันก่อตั้งสภาชุมชนเมืองน่าอยู่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจ” รวมกลุ่มกันเป็นประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาเมืองน่าอยู่ร่วมกับเทศบาลตำบลโพธิ์พระยา ในหลายกิจกรรม/โครงการอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาปลายปี 2549 มีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลโพธิ์พระยาขึ้นมาใหม่ ผู้บริหารเทศบาลตำบลโพธิ์พระยาชุดใหม่ไม่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันกับชุมชน ทำให้กลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินกิจกรรม/โครงการของกลุ่มอีกเลย โดยอ้างว่าเป็น “กลุ่มเถื่อน” ทำให้เกิดความคิดเห็นเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการล้มเลิกกิจกรรม/โครงการของชุมชน เพราะคิดว่าไม่มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานแล้ว กิจกรรมของชุมชนน่าจะไปไม่ตลอด ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคิดที่จะทำงานต่อไป โดยการนำปัญหาการไม่ได้รับการสนับสนุนกิจกรรมและงบประมาณจากเทศบาลมาเป็นเครื่องมือ และขอให้ทุกคนกลับมาร่วมกันคิดแก้ไขปัญหา และหาทางออกที่จะพึ่งพาตนเอง
จึงนำมาสู่การจัดสวัสดิการชุมชนให้กับคนตำบลโพธิ์พระยา โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2550 ได้มีการนำร่างระเบียบข้อบังคับกองทุนที่คณะทำงานได้ทำการยกร่างมาเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขปรับปรุง และรับรองระเบียบข้อบังคับเพื่อบังคับใช้ต่อไป ซึ่งใช้ชื่อว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ” ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม 2550 ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดให้มีการประชุมเวทีทำความเข้าใจเรื่องสวัสดิการชุมชนให้กับสมาชิกกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนที่สนใจทั่วไป
จากนั้นได้ทำการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตามระเบียบข้อบังคับที่ได้รับการรับรองจากที่ประชุม และทำการรับสมัครสมาชิกและระดมทุนในวันนั้น ได้สมาชิกเริ่มก่อตั้งจำนวน 39 คน ยอดเงินสมทบ 8,161 บาท และรับทุนประเดิมจากกลุ่มโพธิ์พระยาร่วมใจอีกจำนวน 10,000 บาท
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพธิ์พระยา มีการจัดสวัสดิการดูแลสมาชิก 13 ด้าน ได้แก่ สวัสดิการเกี่ยวกับเด็กแรกเกิด/คลอดบุตร การเจ็บป่วย/รักษาพยาบาล เสียชีวิต ค่าตอบแทนคณะกรรมการ สวัสดิการคนทำงาน สวัสดิการผู้สูงอายุสุขภาพดีและสวัสดิการผู้ที่มีสุขภาพดีที่ไม่เคยเบิกสวัสดิการเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน สวัสดิการเพื่อการศึกษา การพัฒนาอาชีพ สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ สวัสดิการรางวัลผู้หาสมาชิกเพิ่ม สวัสดิการคนทำความดี สวัสดิการเพื่อกีฬาและการออกกำลังกาย
สมัยเริ่มตั้งกองทุนสวัสดิการฯ เกิดปัญหาอุปสรรค คือ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่ากองทุนฯ จะอยู่ได้ เพราะเห็นว่ากองทุนต่างๆ มีการจัดตั้งขึ้นในระดับจังหวัด อาทิ กองทุนฌาปนกิจก็ยังล้มมาแล้ว แต่คณะกรรมการบริหารงานด้วยความมั่นใจว่า เราต้องอยู่ได้ และการหาสมาชิกต้องใช้ความอดทน โดยมีนายวิโรจน์ ขวัญแพ ที่ใช้ความเป็นครูสร้างความน่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ โปร่งใส เป็นผู้นำในการขยายฐานสมาชิก ทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาจากเดิมที่มีเพียง 39 คน โดยในปีแรกมีสมาชิก 103 คน ขอรับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ 103 คน ได้รับงบ 30,000 บาท
“เมื่อได้รับงบมาแล้วก็บริหารมาเรื่อยๆ จนตอนหลังคนน้อย หาวิธีเพิ่มสมาชิก ใช้วิธีการประกาศรับสมัครตอนช่วงฌาปนกิจล้ม และในการจ่ายสวัสดิการเสียชีวิตน้อย ตายปีแรกได้ 2,500 บาท ปีที่ 2 ได้ 5,000 บาท และเริ่มปรับขึ้นมา ช่วงตอนกลางสมาชิกน้อยที่สุด ระบบบัญชีไม่มีปัญหา จึงได้หาแนวคิดที่จะหาสมาชิกเพิ่ม โดยการไปประชาสัมพันธ์ตามงานทำบุญ งานปีใหม่ ตอนหลังเริ่มหายากขึ้นอีก พัฒนาหาสมาชิกโดยให้หาสมาชิก 10 คน ขึ้นไป ปีต่อไปคนหาไม่ต้องจ่ายสวัสดิการ 360 บาท” อาจารย์วิโรจน์กล่าว
สิ่งหนึ่งที่ทำให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นว่ากองทุนสวัสดิการนี้ “ไม่ล้ม” คือ การสร้างหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ มีการชี้แจงรายละเอียดรายรับรายจ่ายการดูแลช่วยเหลือ โดยใช้แผ่นพับแจกประกอบการพูดคุยกับสมาชิกตอนประชุมใหญ่ อีกทั้ง การทำงานของคณะกรรมการเองไม่มีค่าตอบแทนใดๆ มีแต่เสียงปรบมือเป็นกำลังใจในการทำงาน
“ช่วงแรกระเบียบข้อบังคับ สร้างขึ้นมาใครไม่สบายก็ให้เลย ไม่ต้องรอ 6 เดือน ตอนแรกไม่รัดกุม ต้องคอยแก้ไขปัญหาไปเรื่อยๆ แต่เวลาแก้ไขจะเอาเข้าที่ประชุมทุกครั้ง การสมทบสมาชิกช่วงแรก มี 3 แบบ รายวัน รายเดือน รายปี ทำให้เกิดปัญหาในการทำบัญชี จึงเปลี่ยนมาเป็นราย 6 เดือน จนถึงปัจจุบัน”
การดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ ใช้วิธีการกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรชุมชนในพื้นที่เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา ด้วยการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีพูดคุย จึงทำให้เกิดมีศูนย์เรียนรู้กองทุนสวัสดิการในเรื่องของการส่งเสริมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในชุมชน เป็นที่ศึกษาดูงานของกองทุนสวัสดิการต่างๆ ทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด ต่อมาใน ปี 2560 ได้รับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่น ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวมหลายมิติ สามารถเชื่อมโยง/บูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแหล่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการประกวดกองทุนสวัสดิการชุมชนองค์กรสวัสดิการชุมชน ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์


ปัจจุบันนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพธิ์พระยา มีสมาชิกทั้งหมด 821 คน ได้รับรับงบสมทบจาก พอช.รอบที่ 5 จำนวน 435 คน เป็นเงิน 72,210 บาท ที่ผ่านมาได้มีการจ่ายสวัสดิการดูแลสมาชิก 13 ประเภท จำนวน 2,301 คน เป็นจำนวนเงิน 1,123,776 บาท มีเงินคงเหลือจากการหักค่าใช้จ่ายแล้ว 1,630,365.80 บาท มีคณะกรรมการ 30 คน มีแผนพัฒนากองทุนสวัสดิการในการเพิ่มสมาชิก


ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ คณะกรรมการมีความซื่อสัตย์ โปร่งใส จริงใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีปัญหานำมาพูดคุยกัน ไม่หนีปัญหา มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง และพบปะสังสรรค์กัน คณะกรรมการเป็นผู้มีจิตอาสาทำเพื่อชุมชนโดยไม่มีค่าตอบแทน และเพื่อให้กองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ เติบโต สามารถช่วยเหลือคนในชุมชน เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อให้คนมีจิตอาสาอยู่ในชุมชน และสามารถบริหารจัดการตนเองได้ และมีแนวร่วมจากทางอื่น ไม่ได้เป็นผู้รับอย่างเดียวเป็นผู้ให้ด้วย ดังคำที่ว่า “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”


ข้อมูล/รูปภาพ : นายชิษณุ เชิดชูสุวรรณ
เรียบเรียง : นางสาวเขมิกา มนูญผล





