playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

huaychan1

 “การพัฒนาชุมชนที่เริ่มจากหน่วยงานภายนอก ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตำบลห้วยชันไม่ได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”  นายสนั่น ทับบุรี รองประธานสภาองค์กรชุมชนห้วยชัน กล่าวไว้ในการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยชัน

ตั้งแต่ปี 2551 นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มที่คนในตำบลห้วยชันเริ่มหันกลับมามองชุมชนของตนเองในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยต้องเริ่มจากคนในชุมชน มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันพัฒนาให้คุณภาพชีวิตคนในชุมชนห้วยชันมีความสุขอย่างยั่งยืน

          คนในตำบลห้วยชันประสบปัญหาคุณภาพชีวิตในหลายๆด้าน ทั้งปัญหาทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดน้อยลง ปัญหาภัยพิบัติอุทกภัยทำให้บ้านเรือนของคนในชุมชนเสื่อมโทรม ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากในการฟื้นฟูบ้านให้อยู่อาศัยได้ดังเดิม ประชาชนยังขาดความตระหนักในการดูแลบำรุงรักษา ไม่มีการจัดการขยะอย่างรอบด้าน ไม่มีการปลูกต้นไม้ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางด้านสังคม โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด   เยาวชนในพื้นที่สุมเสพและจำหน่ายยาเสพติด ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมา ขาดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สุดท้ายปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ประชาชนประกอบอาชีพการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ทำให้รายได้ไม่มั่นคงและไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

          จากปัญหาดังกล่าว สภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยชัน โดยประธานสภาองค์กรชุมชนได้เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชน ให้คนในชุมชนมาร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้เกิดฐานเรียนรู้ในชุมชนอย่างมีส่วนร่วมขึ้น 10 ฐานการเรียนรู้ ครบถ้วนทั้ง 10 หมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในตำบล ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ฐานเรียนรู้ที่ 1 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 5 เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง มีโรงเรียนศูนย์เรียนรู้เรื่องสารสมุนไพร มีโรงสีข้าวชุมชน ซึ่งนายประทุม กรุ่นทอง ปราชญ์ชาวบ้าน อายุ 80 ปี กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรอยู่ในกลุ่ม 30 คน ทำอาชีพเลี้ยงปลา เลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพหลัก ทำอาชีพจักสานเป็นอาชีพเสริม ปลูกผักปลอดสารพิษจากครัวเรือน อาทิ พริกขี้หนู ถั่วฝักยาว มะนาว มะเขือเทศ มะเขือเจ้าพระยา ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ฯลฯ ปลูกพืชสมุนไพร เช่น ต้นฟ้าทะลายโจร ต้นหนอนตายหยาก ตะไคร้หอม ไหลแดง ขมิ้น เป็นต้น ส่วนมากจะใช้สารสมุนไพร ขับไล่แมลง และเป็นหมู่บ้านชุมชนต้นแบบเกี่ยวกับเรื่องบริหารจัดการขยะมูลฝอยอีกด้วย

huaychan2.jpg

ฐานเรียนรู้ที่ 2 ศูนย์แนะแนวอาชีพทำพรมเช็ดเท้า หมู่ที่ 3 โดยมีนายปัญญา ฉ่ำทอง วิทยากรประจำศูนย์การเรียนรู้ เล่าว่า เริ่มจากการนำเศษผ้าที่เหลือใช้มาทอเป็นพรมเช็ดเท้า ครั้งแรกเป็นการทอโดยใช้วิธีทำแบบพื้นบ้าน ต่อมามีหน่วยงานเข้ามาส่งเสริม จึงพัฒนาเครื่องทอที่ทันสมัยขึ้น จากพรมเช็ดเท้าธรรมดามาเป็นพรมเช็ดเท้าแบบยกลาย ทำให้เพิ่มมูลค่า

ฐานเรียนรู้ที่ 3 วัดการ้อง หมู่ที่ 2 เป็นวัดที่ก่อตั้งมาประมาณ 200 กว่าปี เดิมที่ตั้งของวัดเป็นดอนเนินป่าสูงทึบ มีต้นไม่ใหญ่สูงเป็นจำนวนมาก นกกาอาศัยทำรังอยู่มากมาย มีลำน้ำการ้องต่อมาจากเมืองโบราณบ้านคูเมือง และเป็นต้นน้ำสายลำแม่ลาไหลผ่าน มีปลาไหลผ่านชุกชุม จึงเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้าน และใช้ในการประกอบอาชีพประมงได้

huaychan3.jpg

ฐานเรียนรู้ที่ 4  เศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 1 โครงการเกษตรผสมผสานเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตรผสมผสาน มีการปลูกผลไม้ มะม่วง มะนาว มะขามเปรี้ยว มะยม มะปราง ละมุด ขนุน ไผ่ เลี้ยงปลา  ซึ่งนายทวี และนางสมบัติ สุขเปี่ยม วิทยากรฐานการเรียนรู้ ได้กล่าวว่า ปกติจะปลูกไว้กินเอง กินที่ปลูก ปลูกที่กิน หากเหลือแล้วจึงขาย ถือเป็นเศรษฐกิจพอเพียง ครอบครัวผมอยู่กัน 2 คน ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ  หากไม่ต้องออกไปซื้ออาหารนอกบ้านมาประกอบอาหาร สามารถที่จะอยู่ได้โดยใช้อาหารจากในสวนได้ประมาณ 3 เดือน ปลูกผักปลอดสารพิษใช้น้ำส้มควันไม้เป็นสารไล่แมลงในพืชผัก มีการบริหารจัดการขยะในครัวเรือนต้นแบบอีกด้วย เช่น การคัดแยกขยะรีไซเคิล การจัดการขยะอินทรีย์โดยการนำเศษอาหารเลี้ยง และการติดตั้งถังขยะอินทรีย์

huaychan4.jpg

ฐานเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มเลี้ยงสุกร หมู่ที่ 8  ต.ห้วยชัน  เริ่มเลี้ยงปี 2554  เลี้ยงแม่หมู  2 ตัว ปี 2555  ได้เข้าโครงการ การเลี้ยงหมูเกษตรกรรายย่อยร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี เป็นตัวแทนของอำเภออินทร์บุรี เข้ารับการอบรมการเลี้ยงหมูเกษตรกรรายย่อยเป็นประจำทุกปี  ปัจจุบันได้มีการพัฒนาและขยายพันธุ์มีแม่หมูทั้งหมด 30 ตัว หมูขุน 100 ตัว พ่อพันธุ์ 3ตัว

huaychan5.png

ฐานเรียนรู้ที่ 6 ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงแพะ หมู่ที่ 9  โดยนายสนั่น  ทับบุรี อายุ 58 ปี บ้านตาลตาแก้ว อาชีพเกษตรกร(ทำนา)  และเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมรายได้ ทำอาชีพเสริมเลี้ยงแพะเนื้อ เพื่อจำหน่าย เลี้ยงมาตั้งแต่ปี.2550  ปัจจุบันนี้ตั้งเป็นกลุ่มแพะแปลงใหญ่ มีสมาชิก 1,000 กว่าราย

huaychan7.jpg

ฐานเรียนรู้ที่ 7 วัดหนองสุ่ม หมู่ 4 เป็นวัดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประวัติความเป็นมาที่สำคัญ  มีการสร้างวัดร่วมกันของคนในชุมชน เริ่มจากหลวงตาขวด ชักชวนญาติพี่น้องและผู้มีศรัทธา มีนายมอน นายเหมา นายเหี้ยม นายรัก นายบาง นางเอี๊ยบ และชาวบ้านย่านใกล้เคียงอื่นๆ ช่วยกันบุกร้างถางป่า  สภาพของวัดหนองสุ่ม เป็นป่าไม้ไผ่แทบทั้งสิ้น แต่มีต้นโพธิ์ใหญ่ 3 ต้น เป็นไม้สัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า บริเวณรอบๆ วัด เป็นท้องทุ่ง ทำให้วัดนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชนอีกด้วย

ฐานเรียนรู้ที่ 8  ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจชุมชนฯ หมู่ที่ 10 โดยมีนาย โอรินทร์ หิรัญญากร อธิบายถึงความเป็นมาไว้ว่า กลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 20 คน เดิมชาวบ้านหนองสุ่ม ใช้ไม้ไผ่สานตะกร้า ตะแกรง  สุ่มไก่ และสุ่มปลา  ปัจจุบันพัฒนาเป็นเชือกปอพลาสติก สานกระเป๋า กระบุง ที่มีลวดลายต่างๆ ตามความนิยมและทันสมัยในปัจจุบัน

huaychan6.jpg

ฐานเรียนรู้ที่ 9 ศูนย์การเรียนรู้แปรรูปอาหารสัตว์และโรงสีชุมชน หมู่ที่ 7  โดยมีโครงการแปรรูปอาหารสัตว์  เพื่อเป็นการลดต้นทุนและมีวัตถุดิบในชุมชนมาใช้ เช่น รำ ปราบ แกลบ กากถั่วเหลือง ข้าวโพด แร่ธาตุ เกลือ ฯลฯ เป็นส่วนผสม จำหน่ายให้สมาชิกในชุมชนและนอกชุมชนที่เลี้ยงสัตว์ มีอาหารหมูขุน แม่หมู เป็ดเนื้อ และโครงการโรงสีข้าว เป็นการแปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรเพื่อบริโภคโดยนำข้าวเปลือกที่ชาวบ้านผลิตได้ในการทำนามาแปรรูปหรือสีให้เป็นข้าวสาร และข้าวกล้อง  โดยชาวบ้านจะผลิตข้าวเปลือกปลอดสารพิษที่มีคุณภาพเอามาสีไว้กินเอง  

ฐานเรียนรู้ที่ 10  โรงเรียนบ้านคูเมือง หมู่ที่ 8 ได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เห็นว่านักเรียนควรมีความรู้ด้านการเกษตรกรรม เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ โรงเรียนจึงได้จัดฐานการเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข และศาสตร์พระราชา

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในการยกระดับคุณภาพชีวิต คือ คนในชุมชนตำบลห้วยชันเริ่มหันมามองสิ่งดีๆ ของตนเอง มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาตำบล ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนได้รับการฟื้นฟูดูแลและนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างฐานเรียนรู้ เช่น การทำเกษตรปลอดสารพิษ การทำเกษตรอินทรีย์ ส่งผลต่อทางสังคมโดยมีฐานเรียนรู้ในโรงเรียนคูเมือง และวัดหนองสุ่ม และวัดการ้อง ทำให้เยาวชนและคนในชุมชนตำบลห้วยชันมีกิจกรรมทำร่วมกันมากยิ่งขึ้น เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทุกหมู่บ้าน

 นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชน โดยสามารถพึ่งพาตนเองได้บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง และมีฐานการเรียนรู้ทางด้านเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ที่สำคัญเป็นการลดต้นทุนในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพอีกด้วย

การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนห้วยชัน เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก คือ 1) การระเบิดจากข้างในของคนในชุมชนตำบลห้วยชัน 2) คนในชุมชนห้วยชันมีส่วนร่วมในการคิด การทำ การแบ่งปันเรียนรู้ และ 3) หน่วยงานภาคีหนุนเสริมอย่างเข้มแข็ง เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี เป็นต้น”

สภาองค์กรชุมชนห้วยชันได้มีการตั้งเป้าหมายต่อไปในการพัฒนาตำบลเพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตร่วมกันโดยเน้นการพัฒนาคน การพัฒนาอาชีพและจัดทำแผนพัฒนาตำบลร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชัน เพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนตำบลห้วยชัน โดยการทำแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งยึดฐานการเรียนรู้ 10 หมู่บ้าน เป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการท่องเที่ยวของตำบล

สุดท้ายนี้การสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน นอกจากจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตำบลห้วยชันแล้ว นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสได้มาหาความรู้และประสบการณ์  ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้ ทำให้มีรายได้เพิ่ม เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน มีแหล่งจำหน่ายสินค้า มีกิจกรรมทำร่วมกัน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการสร้างฐานการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม

 

เขียนโดย คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยชัน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter