playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     อินแปงสถานที่อันอุดมเหมือนพระอินทร์แปง (สร้าง) กว่า ๒๓ ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ที่มูลนิธิหมู่บ้านและวิทยาลัยครูสกลนคร ซึ่งปัจจุบันยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครเมื่อปี ๒๕๓๘ ได้ร่วมกันทำโครงการศึกษาวิจัยวิถีชีวิตชาวกะเลิงบนเทือกเขาภูพาน โดยมีธวัชชัย กุณวงษ์ นักศึกษาในฐานะของนักวิจัยในขณะนั้นได้ฝังตัวใช้ชีวิตร่วมคลุกคลีกับชาวบ้านบัว หมู่ ๕ ต.กุดบาก อ.กุดบาก จ.สกลนคร เพื่อเก็บข้อมูลเรื่องราวต่างๆ ในการดำรงชีวิตของชาวกะเลิง นี่เองนับเป็นจุดเริ่มต้นและการก่อเกิดของ “เครือข่ายอินแปง”

     จากการค่อยๆ เกาะกลุ่มรวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน การบุกรุกทำลายป่าที่เกิดจากการทำเกษตรพืชเชิงเดี่ยว โดยการชักชวนจากโครงการฯ ผ่านธวัชชัย ทำให้เกิดกลุ่มกองทุนพันธุ์ไม้พื้นบ้าน เพื่อการฟื้นฟูอนุรักษ์ และส่งเสริมการปลูกพืชพื้นบ้านขึ้น จนสามารถปลูกหวายแลกกับข้าวแก้ปัญหาการขาดแคลนข้าวได้ในระดับหนึ่ง และด้วยความหลากหลายของพันธุ์พืชพรรณไม้ต่างๆ ในป่าภูพาน ที่ซึ่งระบบนิเวศน์มีความสำคัญต่อระบบสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของชุมชนรอบภูพานเป็นอย่างมาก เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำสำคัญในเขตพื้นที่อีสานเหนือ เช่น น้ำอูน น้ำสงคราม น้ำพุง เป็นต้น เหมือนกับมีพระอินทร์ได้สร้างไว้ กลุ่มฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กลุ่มอินแปง” เมื่อปี ๒๕๓๕ ให้สมกับอินแปงสถานที่อันอุดมเหมือนพระอินทร์แปง(สร้าง)

     จวบกระทั่งปัจจุบัน จากกลุ่มพันธุ์ไม้พื้นบ้านที่เกิดจากกลุ่มเล็กๆ ของชาวบ้านจำนวน ๑๓ คน ที่เริ่มจากเพาะพันธุ์หวาย กลายมาเป็นเครือข่ายอินแปง องค์กรชาวบ้านที่ทำงานรอบเขาภูพาน โดยมีภารกิจอินแปงที่มุ่งสร้างสังคมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนในชุมชนรอบเทือกเขาภูพาน เป็นภารกิจสำคัญ ปัจจุบันมีสมาชิก ๕๘ เครือข่าย ครอบคลุมพื้นที่ ๘๗ ตำบลในพื้นที่ ๕ จังหวัดได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอุดรธานี มีแกนนำที่เรียกได้ว่าเป็นปราญช์ชาวบ้าน ๒๐ คน มีผู้นำจากแต่ละเครือข่ายรวม ๒๔๐ คน มีครอบครัวต้นแบบที่ยกป่าภูพานมาไว้ในสวนจำนวน ๔,๓๓๐ ครอบครัว ซึ่งเครือข่ายฯมีศูนย์ประสานงานหลักตั้งอยู่ที่บ้านบัว ต.กุดบาก อ.กุดบาก จ.สกลนคร และหากประเมินสินทรัพย์โดยประมาณน่าจะมีรวมกว่า ๑๐๐ ล้านบาทเลยทีเดียว

     พ่อเล็ก กุดวงษ์แก้ว หนึ่งในปราญช์ชาวบ้านแห่งอินแปง ชี้ให้เห็นว่า “เราต้องสร้างคน สร้างความรักความผูกพันธ์ระหว่างคน ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับป่า ระหว่างคนกับธรรมชาติ ระหว่างคนกับสัตว์ต่างๆ ที่อยู่รอบข้าง แล้วพ่อแม่ปู่ย่าตายายจะทำอย่างไรให้เขาอนุรักษ์สิ่งดีๆ ไว้ในจิตวิญญาณ ครั้นเขาไม่เห็นคุณค่าเขาก็จะละทิ้ง ทำอย่างไรให้นกรู้ฟ้าให้ปลารู้น้ำ คนอยู่ในสังคมไหนให้เขารู้สิ่งดีๆ ในสังคมนั้น แล้วเขาก็จะพึ่งตนเองได้นี่คือเป้าหมายของอินแปง” 

     ต้องเรียนรู้เรื่องเจ้าของ เรียนรู้เท่าทันผู้อื่น ถ้าเราไม่เท่าทันก็จะตกเป็นเหยื่อของมนุษย์สเปโตพวกนั้น เราต้องรู้จักโลกเพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปตลอด ซึ่งจับไว้ดึงไว้ไม่ได้ถ่วงไว้ไม่ได้แล้วมันต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่ต้องรู้ทันว่ามันจะเปลี่ยนไปทางใด และเราจะทำอย่างไรถึจะเกิดความสุข พ่อเล็กกล่าวเพิ่มเติม

 จุดเริ่มต้นการผสานสื่อ 

     ธวัชชัย กุณวงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายอินแปง กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันหากเครือข่ายจะอยู่รอดและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ องค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องของการสื่อสาร งานพัฒนาต้องมีสื่ออยู่ในมือ เพื่อจะได้รับรู้ถึงกันว่าใครทำอะไร ถึงไหน อย่างไร  ซึ่งเป็นข้ออ่อนข้อจำกัดของเครือข่ายฯอยู่
ทั้งในเรื่องทักษะการสื่อสาร ข้อมูล และเทคโนโลยี ซึ่งเครือข่ายฯโดยส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องการทำการใช้ข้อมูล และสิ่งที่อยากเห็นก็คือ ณ วันนี้เราต้องการทำสื่อ โดยคนทำสื่อต้องเป็นลูกหลานของเราเอง เด็กเยาวชนรุ่นใหม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของพ่อแม่ รู้เรื่องทรัพยากรที่มีอยู่ ผมมองว่าคนรุ่นใหม่ถ้าเขาอยากอยู่ในหมู่บ้านอย่างอยู่รอดได้ เขาต้องจัดการทรัพยากรให้ได้ เขาต้องรู้เรื่องภูมิปัญญาของอินแปงให้ได้

     สำหรับศูนย์ประสานงานต่อไปเราเล่นบทบาทการจัดการผลผลิตที่เป็นส่วนเกิน การจัดการความรู้ ภูมิปัญญาต่างๆ และการใช้สื่อ ซึ่งตอนนี้สมาชิกหลายคนไม่ได้มาร่วมประชุมกับกรรมการ และบวกกับการสื่อสารที่ไม่ต่อเนื่องก็ทำให้สมาชิกเครือข่ายห่างกันออกไป ที่ผ่านมาเครือข่ายฯ สื่อสารผ่านเฉพาะตัวบุคคล ให้ได้รับรู้กันเท่านั้น แต่ไม่สามารถถ่ายเทองค์ความรู้ที่ลึกซึ่งได้มาก หากเราหันมาใช้สื่อเป็นเครื่องมือซึ่งลงทุนไม่มาก อาจเป็นแค่การจุดประกาย แต่ก็ต้องมีกระบวนการรองรับมากขึ้นต่อไป

     ปัจจุบันนี้โลกมีความจำเป็นที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูล ที่จะต่อเชื่อมกับโลกยุคใหม่ หากเยาวชนรุ่นใหม่จะพึ่งตนเองได้มากกว่าเรา เขาจำเป็นต้องใช้สื่อใช้ข้อมูล เขาจะทำอย่างไรในพื้นที่ที่เขาอยู่ และบางครั้งควรมีประเด็นร่วมกันด้วย  

     อย่างการจัดการผลผลิตเรื่องหวาย ทำแล้วขายได้มากกว่านี้ ขายได้ราคากว่านี้ จำเป็นที่เขาจะต้องรู้เรื่องปริมาณการซื้อขายหวาย ปริมาณหวายทั้งหมดที่แต่ละพื้นที่ผลิตได้ เขาต้องสื่อสารอะไรที่มากกว่าผู้เฒ่าผู้แก่ถ้าเขาอยากจะขายหวายได้ราคามากกว่ายอดละ ๕ บาท ถ้าเขาจะขายหวายยอดละ ๓ บาทเหมือนที่คนอื่นขาย เขาไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรมาก แต่ถ้าอยากได้ราคาดีเขาต้องทำอย่างไร ต้องรู้เรื่องหวาย ต้องเห็นคุณค่า มันถึงจะทำให้มูลค่ามากขึ้นด้วย

     ความเป็นนักสื่อสารต้องอยู่กับตัวเขา ไม่ได้อยู่ที่กล้อง ไม่ได้อยู่ที่ห้อง แต่อยู่ที่ตัวคน ตัวคนสำคัญที่สุด เราต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างให้เด็กเรียนรู้ในความรู้ ภูมิปัญญาของอินแปง ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ก่อน ซึ่งตอนนี้เด็กสามารถผลิตสื่อได้แล้ว แต่อยู่ที่เด็กแล้วจะเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างไร ธวัชชัยกล่าวทิ้งท้าย

     “สื่อ” เครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนของชุมชน

      โครงการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : การศึกษาเพื่อกำหนดพื้นที่ทางอากาศของวิทยุชุมชน และ การศึกษาเพื่อพัฒนาต้นแบบศูนย์สื่อผสมผสานของชุมชน   ที่ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เปิดเวทีนำเสนอผลงานสื่อของเหล่านักเรียนสื่ออินแปง คืนผลงานจากการลงมือผลิตสื่อ โดยมีผู้อาวุโสของเครือข่ายอินแปง นักวิชาการในโครงการฯ ร่วมสะท้อนให้ความคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะ ซึ่งเห็นพ้องร่วมกันว่าสื่อผสมผสานของชุมชนกับเยาวชน คือการสื่อสารเรียนรู้ที่มุ่งสืบทอดคุณค่าความดีงามที่ว่า “ภูพานคือชีวิต มวลมิตรคือพลัง พึ่งตนเองคือความหวัง อินแปงยังเพื่อปวงชน”   

     กิจกรรมเปิดห้องเรียนและสรุปบทเรียนเพื่อพัฒนาและขยายผลในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ศูนย์อินแปง บ้านบัว ต.กุดบาก อ.กุดบาก จ.สกลนคร เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๐ และวันอาทิตย์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา นับเป็นกิจกรรมสุดท้ายของศูนย์แห่งนี้ก่อนที่จะสรุปปิดโครงการฯ ต่อไป ซึ่งในงานนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๔๐ คน จากนักเรียนสื่ออินแปง ผู้อาวุโสในเครือข่ายอินแปง อย่างพ่อเนาว์ บัวแก้ว พ่อเล็ก กุดวงษ์แก้ว นักวิชาการในโครงการฯ และหัวหน้าโครงการ ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน

     ซึ่งโครงการฯ นี้ เป็นโครงการที่ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ในการเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนในด้านการสื่อสาร โดยคำนึงถึงมิติทางสังคม วัฒนธรรม รวมทั้งเอกลักษณ์ ความพร้อมและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนของชุมชน โดยมีพื้นที่โครงการนำร่อง (Pilot Project) ใน ๔ พื้นที่ ได้แก่ ๑) เครือข่ายศูนย์รวมน้ำใจธนาคารหมู่บ้าน ต.บ้านปิน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ๒) เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ๓) เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุงต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยองและ ๔) เครือข่ายอินแปงแห่งนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ทดลองเพื่อพัฒนาและดำเนินการจัดตั้งศูนย์สื่อผสมผสานของชุมชน (Community Multi-media Center) ที่จะเป็นต้นแบบในอนาคตต่อไป

   ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ เล่าให้ฟังว่า กระบวนการพัฒนาหลักสูตรการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อ สำหรับนักเรียนสื่ออินแปงนั้น ได้พบกับอินแปงครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพื่อแนะนำโครงการ ทำความรู้จักกับ “ศูนย์สื่อผสมผสานของชุมชน” และกระบวนการพัฒนาสู่การเป็นศูนย์สื่อผสมผสานของชุมชน พร้อมทั้งเชื้อเชิญเข้าร่วมเรียนรู้ด้วยกัน

     ต่อจากนั้นพบอินแปง ครั้งที่ ๒ ในช่วงต้นเดือนเมษายนเพื่อระดมความเห็น ความต้องการในการใช้สื่อและการสื่อสารเพื่อบรรลุเป้าหมายของเครือข่ายอินแปง รวมทั้งร่วมกำหนดแผนงานการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อและการออกแบบการสื่อสาร หลังจากนั้นก็จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อร่วมออกแบบกระบวนการสื่อสารและพัฒนาองค์ความรู้เครือข่ายอินแปงในช่วงปลายเดือนเมษายน

     ภายหลังจากที่ร่วมกันออกแบบจึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนานักเรียนสื่ออินแปง วันที่ ๑๘-๒๑ พ.ค. ๕๓ ที่ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในครั้งนี้ได้ลงลึกในเชิงการเขียนบทสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเว็บไซด์ สื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ ให้คำแนะนำในการการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ การถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ และฝึกปฏิบัติ ในส่วนสื่อเสียงมีการให้ความรู้เรื่ององค์ประกอบของเสียงในงานวิทยุกระจายเสียง ประเภท และรูปแบบของการจัดรายการวิทยุกระจายเสียง การหาประเด็น การกำหนดประเด็นและรูปแบบรายการ การเขียนบทวิทยุกระจายเสียง รวมทั้งเทคนิคการใช้คอมพิวเตอร์ในการตัดต่อรายการวิทยุกระจายเสียง เป็นต้น

     นอกจากนั้นได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนานักเรียนสื่ออินแปงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๒๑-๒๖ มิ.ย. ๕๓  ที่ ศูนย์อินแปง ซึ่งในครั้งนี้ได้แบ่งกลุ่มลงมือปฏิบัติออกเป็นสี่กลุ่มด้วยกันคือ ๑) กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ (แผ่นพับ) ๒) กลุ่มผลิตสื่อวีดีโอ ๓) กลุ่มผลิตสื่อเว็บไซด์ ๔) กลุ่มผลิตสื่อวิทยุ หลังจากรวมกลุ่มกันลงมือผลิตสื่อแล้วต่อจากนั้นนักเรียนสื่ออินแปงนำเสนอผลงานสื่อทั้ง ๔ ประเภทครั้งแรก ได้แก่ รายการวิทยุชุมชน แผ่นพับองค์ความรู้อินแปง วีดีโอแนะนำศูนย์อินแปง  เว็บไซด์แนะนำศูนย์อินแปง โดยเปิดห้องเรียนวิพากษ์ ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผลงานของนักเรียน และในครั้งนี้คือกิจกรรมการเปิดห้องเรียน และสรุปบทเรียนเพื่อพัฒนาขยายผล กำหนดแผนและแนวทางการจัดตั้งการดำเนินงานศูนย์สื่อผสมผสาน และศูนย์ข้อมูลอินแปงให้เกิดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ดร.เอื้อจิต กล่าว

     สื่อต้องเรียนรู้และปฏิบัติจริง

    “พ่อเชื่อมั่นว่าอินแปง มีคุณค่าต่อคนส่วนใหญ่ คนทำสื่อต้องเรียนรู้และปฏิบัติจริง เพราะจะทำให้เกิดปัญญา” คำพูดของ พ่อเล็ก กุดวงษ์แก้ว ที่โครงการฯได้เชิญมาร่วมสะท้อนความคิดเห็นต่อการผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ ของลูกหลานนักเรียนสื่ออินแปง  

     “สื่อสิเฮ็ดจังได๋ ที่พอเขาเห็นแล้วเขาฟังแล้ว แล้วคึดว่าอยากปฏิบัติตามแล้วเห็นคุณค่า นี่คือความหมายของการสิเฮ็ดสื่อ เป้าหมายของการทำสื่อควรเฮ็ดให้คนเห็นคุณค่าของอินแปง เห็นวิถีของอินแปงว่าเป็นจั๋งได๋ ว่าเฮ็ดแบบนี้เป็นหยั๋งคนจึงอยู่ได้ แต่ต้องเอ็ดสื่อออกมาให้เห็นชัดเจน ให้เห็นคุณค่า และเฮาก็พยายามดึงคนพร้อม เพราะยุคนี้คนหลงทิศผิดทางไปตามเขา โดยที่บ่มีสติแล้วเอ็ดให้เกิดความวุ่นวายในสังคม มันเป็นภาระต่อสังคม เพื่อนมนุษย์เบียดเบียนสังคมหนักขึ้น เฮ็ดให้สังคมบ่น่าอยู่ แล้วเอ็ดจังได๋จึงดึงให้เขามาเห็นวิถีของคนที่อยู่แบบเรียบง่าย อยู่กับวิถีธรรมชาตินี้คือสิ่งสำคัญ” พ่อเล็กขยายความ

     อย่างไรก็ตามพ่อเล็กเชื่อมั่นอยู่ว่า ถ้าพวกเขาตั้งใจจริงจะเป็นตัวแทนของสังคมของชุมชนได้ ไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนของผู้นำอินแปง ไม่ได้คิดแค่อินแปง แต่คิดแทนสังคมโดยรวมทั้งหมด ถ้ามีความตั้งใจพัฒนาสื่อเพื่อเผยแพร่สู่สังคมชุมชนกว้างขึ้น จะทำให้มีค่าต่อคนส่วนใหญ่ในบ้านเมือง แต่ต้องพัฒนา เรียบเรียงสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ให้เป็นชิ้นเป็นเป็นอันเป็นขั้นเป็นตอน แล้วจะทำให้สื่อนั้นน่าดูน่าฟัง น่าสนใจ แล้วสิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือ คนทำสื่อต้องเรียนรู้และปฏิบัติจริงซึ่งเป็นเรื่องใหญ่นะ ไม่เช่นนั้นมันก็ไม่เกิด คนเราครั้นไม่มีปัญญาเกิดมันก็ทำอะไรไม่ได้

     พ่อเล็ก ระบุว่า “ถ้าไม่ปฏิบัติจริงตัวเองก็จะไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง มันแม่นอยู่บ่ที่เราเฮ็ดไปนี่มันหรอกคนหรือความจริง เมื่อตัวเองทำจริงปฏิบัติจริง ตนเองก็มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอยู่แบบนี่ก็ได้ไม่เห็นจำเป็นต้องรวย ขออย่างเดียวมีความสุขและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ฝึกตัวเองให้เป็นคนประหยัด ให้ขจัดวัตถุนิยม ให้ชื่มในความเป็นไท ไม่ใส่ใจในการเป็นทาส แล้วสามารถพึ่งพาตนเองได้พึ่งพากันเองได้ในสังคมในชุมชน แล้วสิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือให้เคารพธรรมชาติ เพราะธรรมชาติให้ทุกอย่างกับชีวิตเรา ทำไมเราถึงไม่ดูแลและหวงแหน ป่าคือบ้าน สายน้ำลำธารคือชีวิต มวลมิตรคือความหวัง ธรรมชาติเพื่อชีวิตสัตว์ทุกชวิตบนโลกใบนี้ ผู้ใดทำลายผืนป่าสายน้ำและขุนเขาเท่ากับทำลายชีวิตของตนเอง และผู้อื่นที่อยู่บนโลกใบเดียวกัน หนักกว่านั้นเท่ากับทำลายพระพุทธศาสนาเพราะว่า ผืนป่า ภูเขา แม่น้ำ ท้องทะเล คือที่มาของพระตถาคตเจ้า เพราะสัจธรรมความจริงอยู่ในธรรมชาติ”

 นักเรียนสื่ออินแปง บทพิสูจน์ศูนย์สื่อผสมผสานเพื่ออินแปง 

     ขวัญ เศรษฐา ดอกรัง นักเรียนสื่ออินแปงจาก ต.บ้านถ่อน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ภายหลังจากที่จบ ม.๖ ขวัญก็มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงอย่างที่เพื่อนในวัยเดียวกันมุ่งหวังที่จะเข้ามาทำงานเก็บเงินสร้างฐานะให้กับตนเอง แต่กลับต้องพบว่าชีวิตหาเป็นเช่นนั้นไม่ การใช้ชีวิตที่ต้องถูกนายจ้างเป็นคนกำหนด การกินการอยู่ต้องใช้เงินที่หามาจ่ายคืนกลับ หนำซ้ำต้องถูกหลอกทำงานให้โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ขวัญจึงเข้าใจว่าชีวิตที่ทำเพื่อเงินนั้นไม่ใช่หนทางที่สร้างสุขได้ เลยบ่ายหน้ากลับมาร่วมประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนอยู่กับครอบครัว ทุกวันนี้เขาช่วยเหลืองานทางบ้านอย่างรู้สึกภาคภูมิในความเป็นคนอินแปงเป็นอย่างมาก  

     ขวัญ หนึ่งในนักเรียนสื่ออินแปงที่ได้รับรางวัลมุ่งมั่นตั้งใจจากการโหวตให้คะแนนจากเพื่อนร่วมชั้น จนทำเอาผู้เป็นแม่ที่แอบดีใจอยู่ด้านหลังต้องหลั่งน้ำตาของความภาคภูมิใจออกมา “เมื่อเพื่อนๆ ได้มอบหมายภาระหน้าที่ให้เรารับผิดชอบแล้ว เราเองต้องทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้ ถ้ายังไม่เสร็จก็ต้องทำจนกว่าจะเสร็จ การที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมการอบรม ทำให้ผมมีความรู้เรื่องการสื่อสารมากขึ้น ช่วยยกระดับตัวเองให้ดีขึ้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้านซึ่งเป็นการพัฒนาตัวเอง และพัฒนาส่วนรวมไปด้วย”

     “การใช้สื่อจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาอินแปง เราสามารถที่จะนำเสนอความเป็นอินแปงในหลายๆ ด้าน ในรูปแบบสื่อต่างให้กับชุมชนหรือคนภายนอกได้รับรู้ว่าอินแปงกำลังทำอะไร มีดีอะไร เมื่อได้รับความรู้จากการอบรมในโครงการฯนี้ เราก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้แก่เครือข่ายของอินแปงอีกด้วย นอกจากนั้นในครอบครัวของเรามีผลิตภัณฑ์อะไร มีสินค้าอะไรเราก็ใช้สื่อในรูปแบบต่างๆ มาเป็นตัวช่วยในการสื่อสารกับผู้อื่นได้รู้จักเรา มั่นใจในผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น แม้โครงการฯ จะจบลง แต่พวกเรานักเรียนสื่ออินแปงก็จะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการผลิตสื่อต่อไป เพราะความรู้ต่างๆ ของอินแปงมีอยู่อย่างมากมายให้เก็บเกี่ยว ต้องบันทึกไว้ให้ตัวเราและคนรุ่นต่อๆ ไปได้เรียนรู้” ขวัญเล่าให้ฟัง

     ไม่ต่างจาก แก่น ครองศักดิ์ ราชลองชัย นักเรียนสื่ออินแปงจาก ต.สุวรรณขาม อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร ที่ตั้งใจจะเป็นทายาทเกษตรกรอินแปง ทำการเกษตรอย่างยั่งยืนในผืนดินของตนเอง ที่ไม่ใช่แบบเกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งแก่นตั้งใจจะยกป่าภูพานมาไว้บ้าน จะปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปลูกแบบสำมะปิ” ตามแบบอย่างแนวทางของปราญช์อินแปง 

     แก่น เล่าให้ฟังว่า แม้ระยะเวลาในการอบรมให้ความรู้จะเพียงไม่นาน ทำให้ไม่สามารถลงลึกในการทำสื่อได้อย่างที่เขาต้องการเช่นเทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการตัดต่อ แต่ต่อไปนี้เป็นเรื่องของประสบการณ์ที่ผมจะสั่งสมไปเรื่อยๆ และ ณ วันนี้การอบรมทุกอย่างจบกระบวนการผมว่าผมจบปริญญาตรีเลยนะ โครงการฯ นี้เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยให้คนในชุมชนมีความสามารถที่จะผลิตสื่อเอง ซึ่งผมเองมองว่าคนในชุมชนจะรู้ข้อมูลเนื้อหาดีกว่าคนภายนอกแน่นอน เพียงแต่ว่าตอนนี้ทีมนักเรียนสื่อยังจัดรูปขบวนไม่ลงตัวเท่าใดนัก

     การทำสื่อจะทำให้คนภายนอกได้รู้จักกับเรามากขึ้นว่าอินแปงมีดีอะไร มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าอะไร และอีกด้านหนึ่งก็เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ของอินแปง ซึ่งต้องใช้กระบวนการรูปแบบสื่อให้เหมาะสม แต่การเรียบเรียงข้อมูลที่จะสื่อสาร ประสบการณ์และชั่วโมงบินยังต่ำ ทำให้งานที่นำเสนอต่อที่ประชุมยังไม่ดีพอ แต่ก็ดีที่มีการสะท้อนเพราะจะทำให้เราสามารถนำไปปรับปรุงงานให้ดีขึ้น

     “และที่สำคัญการผลิตสื่อที่นักเรียนสื่ออินแปงจะทำต่อไป คือการเก็บเกี่ยวองค์ความรู้จากผู้นำ ๑๑ คน ที่เป็นปราญช์ของอินแปง เพราะตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้วผู้หนึ่งเราต้องรีบทำ ถ้าพวกผมไม่สืบต่อเรื่องราวดีๆเหล่านี้ก็จะหมดไป ที่ผ่านมาได้ลงไปสัมภาษณ์แล้วแต่ยังไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่ เราเองยังตีโจทย์ไม่แตกเลยยังไม่ได้อย่างที่เราอยากได้ ซึ่งนอกจากการสัมภาษณ์แล้วคิดว่าต้องลงไปใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับท่านด้วย” แก่น บอกเล่าถึงสิ่งที่ตั้งใจ

     แม้วันนี้กระบวนการอบรมจะสิ้นสุดลง แต่เหล่านักเรียนสื่ออินแปงก็ยังคงเดินหน้าด้วยงานเก็บเกี่ยวความรู้ ภูมิปัญญาจากปราญช์ชาวบ้านอินแปง เพื่อต่อเติมความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่เป็นต้นทุนทางสังคมอันมีค่า มาแปรเป็น “สื่อ” เพื่อส่ง “สาร” ให้กับผู้คนในชุมชน ในเครือข่าย ในสังคม ได้รับรู้และตระหนักว่า การหลุดพ้นจากพันธนาการของทุนนิยม การมีอิสรภาพในการใช้ชีวิตด้วยการพึ่งตนเองนั้นเกิดขึ้นได้ และเกิดขึ้นแล้ว ณ ที่แห่งนี้ที่ “อินแปง” เพราะภูพานนั้นคือชีวิต มวลมิตรคือพลัง พึ่งตนเองคือความหวัง อินแปงยังเพื่อปวงชน

 

เรื่อง/ภาพ: รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน
๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓

 


เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ นายธวัชชัย กุณวงษ์ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์อินแปง บ้านบัว ต.กุดบาก อ.กุดบาก จ.สกลนคร และเอกสารแผ่นพับ ๒๐ ปีเครือข่ายอินแปง กับการสร้างบ้านแปงเมือง จัดพิมพ์โดยศูนย์อินแปง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter